อเล็กซิส ซานเชซ

อเล็กซิส ซานเชซ หนุน แมนยู ดึงแข้งดังหากอยากได้แชมป์ซีซั่นนี้

อเล็กซิส ซานเชซ หัวหอก แมนยู ออกโรงเร้าให้ต้นสังกัดคว้าตัวนักเตะฟอร์มเก่งหากว่าทีมหวังคว้าแชมป์ซีซั่นนี้ พร้อมเผยทีมต้องมีนักเตะแบบ อาร์ตูโร่ อยู่ในทีม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองหน้าทีมชาติชิลี และสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาเปิดเผยกระตุ้นในต้นสังกัดคว้าตัวนักเตะชื่อดังมาร่วมทีมให้ได้ หลังปิดฤดูกาลซื้อขายนักเตะแล้วทั้งนี้รับว่าหากอยากให้ทีมเป็นแชมป์ลีกต้องมีนักเตะที่เก่งจริงๆเท่านั้น

อีกทั้งยังเห็นด้วยกับความเห็นอดีตกองหลังของทีมอย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์   ที่ออกมาบอกว่า ทีมคู่แข่งในปีนี้ซื้อนักเตะท็อปฟอร์มเสริมแกร่งเพียบ ในช่วงซื้อขายนักเตะที่ผ่านมา ปีศาจแดง แมนยู ได้ซื้อนักเตะไปเพียง 3 รายเท่านั้นคือ เฟร็ด, ดีโอโก้ ดาโลต์ และ ลี แกรนท์ ทั้งนี้ทางสโมสรเล็งซื้อนักเตะไว้ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็น เยร์รี่ มีน่า, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, แฮร์รี่ แม็คไกวร์ และ วิลเลี่ยน ที่สโมสรได้มีการเจรจาไปแล้วแต่ว่านักเตะดังกล่าวปฏิเสธข้อเสนอและย้ายทีมอื่นแทน

ทำให้ทาง กองหน้าคนสำคัญของแมนยู ออกมาเผยว่า ทีมควรมีนักเตะระดับท็อปมากกว่านี้และอยากให้ทีมซื้อนักเตะเหล่านี่มาเสริมแกร่งอีกหากว่า ทีมต้องการคว้าแชมป์ลีกในฤดูกาลนี้ ซึ่งเจ้าตัวเผยว่าต้องเอานักเตะที่มีประสบการณ์สูงมาร่วมทีมอย่าง อาร์ตูโร วิดัล นักเตะระดับเทพที่เพิ่งเซ็นสัญญากับ บาร์เซโลนา เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

อเล็กซิส ซานเชซ

โดยนักเตะทีมชาติชิลีมั่นใจว่าทีมจะมีโอกาสคว้าแชมป์รวมถึงติดท็อปสามของตารางอย่างแน่นอน นอกจากนี้เจ้าตัวยังเห็นด้วยกับความคิดเห็นของ ริโอ เฟอร์ดินานด์  อดีตกองหลังของ ปีศาจแดง ที่ออกมาเผยว่า แมนยู อาจต้องเจอศึกหนักในปีนี้เนื่องจากสโมสรคู่แข่งร่วมลีกอย่าง ลิเวอร์พูล ที่คว้าตัวนักเตะเก่งๆมาเสริมแกร่งรวมถึงยังได้ อลิสซอน ผู้รักษาประตูจอมหนึบอีกด้วย และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมแชมป์ฤดูกาลที่แล้วที่ยังมีนักเตะแกร่งๆในทีมด้วย

แน่นอนว่าสิ่งที่หัวหอก วัย 29 ปีออกมาเผยนั้นเหมือนอยากให้สโมสรให้ความสนใจมากกว่านี้ ซึ่งเจ้าตัวก็ยังหวังให้ทีมติดอันดับต้นของตารางในฤดูกาลนี้ แม้ว่าก่อนหน้านี้มีข่าวว่าทางสโมสรอนุมัติงบจำกัดในการซื้อขายนักเตะเนื่องจากที่ผ่านมาได้ลงทุนซื้อนักเตะจำนวนมากแต่กลับทำผลงานได้ไม่ดีพอ

“ที่ ยูไนเต็ด เราต้องเอานักเตะชื่อดังๆ ที่มีประสบการณ์สูงมาร่วมทีมให้ได้ อาร์ตูโร่ ถือว่าเป็นนักเตะชั้นยอดและเป็นเพื่อนร่วมทีมของผมในทีมชาติชิลี เราควรมีนักเตะแบบเขาอยู่ในทีมถ้าหากอยากคว้าแชมป์” กองหน้าวัย 29 ปีกล่าว

เจอร์เก้น คล็อปป์

เจอร์เก้น คล็อปป์ เตือน ทีมชาติอเมริกา อย่ากดดัน พูลิซิช เกินไป

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือแห่ง ลิเวอร์พูล ออกโรงเตือนทีมชาติสหรัฐอเมริกา อย่าพยายามกดดัน คริสเตียน พูลิซิช ปีกแห่ง ดอร์ทมุนด์ หลังโชว์ฟอร์มพาทีมคว้าชัยชนะในศึกไอซีซี ของสหรัฐอเมริกา

สื่อข่าวต่างประเทสรายงานว่า กุนซือแห่ง หงส์แดง ลิเวอร์พูล ได้ออกมาเตือนถึงทีมชาติสหรัฐอเมริกาว่า อย่าพยายามกดดัน คริสเตียน พูลิซิช ปีกวัย 19 ปี จากสโมสรโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่พาทีมคว้าชัยชนะมาได้เมื่อคืนวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ย้ำการที่ทีมเอาชนะได้นั้นไม่ใช่แค่นักเตะเพียงคนเดียว

เจอร์เก้น คล็อปป์

ทั้งนี้ พูลิซิช ลงสนามช่วยทีมช่วงครึ่งหลังของเกมและเหมาคนเดียว 2 ประตู ช่วยทีมดอร์ทมุนด์เอาชนะลิเวอร์พูลไป 3-1 ในเกมแข่งขันที่ แบงค์ ออฟ อเมริกัน สเตเดี้ยม ซึ่งกุนซือของลิเวอร์พูลยอมรับว่าเขาเป็นนักเตะอายุน้อยที่เล่นได้ดีมากและเป็นแฟนตัวยงของเขา พร้อมหวังว่าดาวยิงจากทีมชาติสหรัฐฯจะไม่ถูกกดดันมากเกินไป

โดยกุนซือหงส์แดง กล่าวว่า “เขาเป็นนักเตะอายุน้อยที่มีทักษะและความสามารถยอดเยี่ยม มันไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์ที่ได้เห็น เรารู้ว่าทีมอเมริกาต้องการมากกว่านี้ในนักเตะพวกเขา เขาคนเดียวไม่สามารถทำอะไรได้หมดทุกอย่างหรอก อีกอย่างเขายังเด็กอย่ากดดันเขามากเกินไปจะดีกว่า เขาเป็นนักเตะที่ฉลาดแต่โชคร้ายที่สหรัฐต้องการมากกว่านี้”

นอกจากคำสัมภาษณ์ของกุนซือใหญ่ของลิเวอร์พูลแล้ว เขายังเผยต่ออีกว่า การจะเป็นทีมที่ดีนั้นทุกคนต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่แค่นักเตะเพียงคนเดียว

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เตรียมทุ่ม 65 ล้านปอนด์คว้า ริยาด มาห์เรซ อีกครั้ง

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2017-18 อาจเตรียมงบคว้าตัวนักเตะจากเลสเตอร์ ซิตี้อย่าง ริยาด มาห์เรซ มาร่วมทีมในซัมเมอร์นี้หลังจากชวดตัวนักเตะมาแล้ว

จากการรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เรือใบสีฟ้า ทีมใหญ่แชมป์พรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาล 2017-18 ตกเป็นข่าวในการสนใจตัวนักเตะจากเลสเตอร์ ซิตี้

ริยาด มาห์เรซ มาให้ได้ซึ่งแว่วว่าทางต้นสังกัดนักเตะเตรียมตั้งค่าตัวราว 65 ล้านปอนด์ ล้มโต๊ะ ในช่วงซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ ทั้งนี้ทางแมนซิตี้เองก็พยายามอย่างมากที่

จะคว้าตัวนักเตะทีมชาติแอลจีเรียมาให้ได้ หลังจากโดนปฏิเสธจากเลสเตอร์มาแล้วถึง 2 ครั้งในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเมื่อเดือนมกราคม 2018 ที่ผ่านมาซึ่งต้นสังกัดนัก

เตะปฏิเสธข้อเสนอสุดท้ายที่ตั้งค่าตัวไว้ที่ 60 ล้านปอนด์ ทั้งนี้จากข่าวดังกล่าวทำให้นักเตะจากแอลจีเรียไม่พอใจอย่างมากและไม่ร่วมลงซ้อมกับทีมเป็นเวลาถึง 1

สัปดาห์ ก่อนที่เขาจะกลับมาลงเล่นให้เลสเตอร์อีกครั้งจากข้อเสนอของต้นสังกัดที่ว่าจะอนุญาตให้เขาย้ายทีมได้ตามใจในช่วงซัมเมอร์ 2018 นี้แน่นอนซึ่ง

มันก็ถือว่าเป็นความหวังอีกครั้งของเรือใบสีฟ้าที่จะคว้าตัวปีกตัวเก่งผู้นี้มาให้ได้ ล่าสุดมีข่าวว่าทาง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือใหญ่แห่งเรือใบสีฟ้าก็พยายามอีกครั้งที่จะดึง

ตัว มาห์เรซ มาร่วมทีมให้ได้ในฤดูกาล 2018-19 นี้อีกทั้งเผยว่าสโมสรพร้อมทุ่มเงินถึง 65 ล้านปอนด์ซื้อตัวเขา แต่ว่าทางต้นสังกัดนักเตะนั้นอาจตั้งค่าตัวเขาสูงกว่านี้ซึ่งมี

รายงานทาง เดอะฟ็อกซ์ ว่าเลสเตอร์ ตั้งค่าตัวสูงถึง 85 ล้านปอนด์ ซึ่งทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการเจรจาระหว่างเลสเตอร์และแมนซิตี้ด้วย ซึ่งเรือใบสีฟ้าเองก็มีโอกาสสูงมากที่จะ

คว้าตัว มาห์เรซ อีกทั้งทางนักเตะเองก็ดูจะมีใจย้ายมาร่วมทีมด้วย

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ริยาด มาห์เรซ เป็นนักเตะจากทีมชาติแอลจีเรียปัจจุบันลงเล่นในสโมสรฟุตบอลอาชีพให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรของพรีเมียร์ลีก อังกฤษในตำแหน่งปีกซึ่งลงเล่นไปแล้ว

รวม 126 นัดทำประตูไป 30 ประตู ปัจจุบันยังคงเหลือสัญญากับเลสเตอร์ซิตี้ ทั้งนี้เขาก็เคยมีข่าวในการย้ายทีมจากสโมสรต่างๆ โดยเฉพาะกับอาร์เซน่อลใน

ฤดูกาล 2016-17 เช่นเดียวกับนักเตะเพื่อนร่วมทีมอย่าง เจมี วาร์ดี แต่สุดท้ายเขาและวาร์ดีก็ตัดสินใจอยู่ต่อจนกระทั่งฤดูกาล 2017-18 ซึ่งเขาก็ดูเหมือนตัดใจสินย้ายทีม

และทางเรือใบสีฟ้าเองก็ดูเหมือนจะสนใจซึ่งได้มีการเจรจากับสโมสรมาแล้วในช่วงเดือนมกราคม 2018 แต่ว่าทางเลสเตอร์ ซิตี้ไม่รับข้อเสนอจากเรือใบปล่อยตัว ซึ่งต้น

สังกัดนักเตะเองก็ตัดสินใจปล่อยตัวนักเตะในซัมเมอร์ 2018 นี้

แมนยู

แมนยู เตรียมปลด ปอล ป็อกบา หากได้ 140 ล้านปอนด์ จริงหรือข่าวลือ ?

ทีม ล้มโต๊ะ ได้ข่าวกีฬาจากอังกฤษได้มีการเปิดเผยว่ายอดทีมสโมสรแห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาจเตรียมปล่อยตัว ปอล ป็อกบา จากทีมในซัมเมอร์นี้โดยมีข่าวลือว่าต้น

สังกัดตั้งค่าตัวที่ 140 ล้านปอนด์และหากทีมไหนทุ่มซื้อจะขายทันที ทั้งนี้ก็มีข่าวลือหนาหูที่พูดถึงระหว่าง ป็อกบาและมูริญโญ่ ที่ดูเหมือนว่าทั้งสองจะมีปัญหาไม่ลงรอย

กันไม่ว่าจะเป็นการปลดเขาเป็นตัวสำรอง ไม่ให้ลงเล่นในนัดสำคัญบ้างรวมถึงทัศนคติระหว่างนักเตะและกุนซือไม่ตรงกันจนเกิดการทะเลาะภายในซึ่งทำให้มีข่าวว่า นัก

เตะจากทีมชาติฝรั่งเศสนี้เตรียมย้ายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์ 2018 นี้ ซึ่งก็มีข่าวลือเพิ่มเติมอีกว่ากุนซือฝีปากกล้าเตรียมขายแข้งดังวัย 25 ปีเช่นกัน แม้ว่าทางบอร์ด

บริหารสโมสรจะเรียกทั้งสองคนไม่ปรับความเข้าใจกันแต่ก็ดูเหมือนจะไม่ทำให้มีแววจะดีขึ้นเลย ซึ่งข่าวลือที่ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั้นอาจเตรียมปล่อยนัก

เตะทีมชาติฝรั่งเศสออกจากทีมแน่นอนและมีความเป็นไปได้สูงมากทีเดียว ทั้งนี้มีข่าวทางปีศาจแดงเตรียมตั้งค่าตัวของเขาไว้ระหว่าง 120 – 140 ล้านปอนด์ซึ่งสูงมาก

และหากว่าสโมสรจากลีกไหนสนใจตัวนักเตะก็จะพร้อมขายทันที แม้ว่าในเกมการแข่งขันนั้นเขาจะพาทีมบุกเอาชนะบอร์นมัธไป 2-0 จนทำให้เขาคว้าตำแหน่ง แมน ออฟ

แมนยู

แมนยู

เดอะ แมตซ์ ไปครองทว่าจะมีการตั้งข้อสังเกตที่ว่าการแข่งขันนัดดังกล่าวนั้น ป็อกบา ถูก โซเซ่ มูริญโญ่ ถอดออกจากสนามในนาที 80 ซึ่งเขาก็เดินตรงไปจับมือกับ 2 ผู้

ช่วยผู้จัดการทีม ไมเคิ่ล คาร์ริค และ รุย ฟาเรีย แต่ไม่ได้เดินไปจับมือกับมูริญโญ่แต่อย่างใด นั่นทำให้สื่ออังกฤษต่างตั้งข้อสังเกตตรงกันว่า ทั้งสองคนนั้นอาจสัมพันธ์ไม่สู้

ดีนักซึ่งหลังจบเกมดังกล่าวนั้นสื่อข่าวได้ถามถึงกรณีดังกล่าวแก่มูริญโญ่โดยเขาตอบว่า ผมเป็นผู้จัดการทีมและไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ของเขา แต่เขาเล่นได้ดีมาก สำหรับ

ปีศาจแดงซื้อตัว ปอล ป็อกบา จากยูเวนตุสในปี 2016 ด้วยค่าตัว 89 ล้านปอนด์ซึ่งคาดว่าทางบอร์ดบริหารอาจไม่ต้องการขายตัวเขาด้วยเหตุผลที่ว่าเอา

เงินที่เสียไปกลับมาเท่านั้นและจะได้กำไรมาบ้างจากการตั้งค่าตัวเขา อย่างไรก็ตามข่าวดังกล่าวนี้เป็นเพียงข่าวลือเท่านั้นซึ่งยังคงต้องติดตามความคืบหน้าต่อไปว่า โซเซ่

มูริญโญ่ จะตัดสินใจขายตัวนักเตะจากทีมชาติฝรั่งเศสหรือไม่ และหากว่าเขาตัดสินใจขายจริงก็ยังมีสโมสรชั้นนำหลายสโมสรที่สนใจคว้าตัวเขาเช่นกันไม่ว่าจะเป็น เปแอ

สเช, แมนซิตี้, เรอัล มาดริด และบาร์เซโลน่า ที่จ่อคิวคว้าตัวของเขาเช่นกัน

ข่าวตามติดพรีเมียร์ลีก 2017

ตามติดพรีเมียร์ลีก 2017 /18 2 ทีมแมนเชสเตอร์จ่าฝูงร่วม

เกาะติดสถานการณ์ ตามติดพรีเมียร์ลีก 2017 /18 เล่นลีกที่แฟนบอลชาวไทยนั้นให้ความสนใจมากที่สุดตอนนี้แข่งขันกันไปแล้ว 5 เกมด้วยกัน

โดยอันดับที่ 1 นั้นเป็น 2 ทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ โดยทางฝั่งของเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้แข่ง 5 นัดชนะ 4 เสมอ 1 ยิง 16 ประตูเสีย 2 มี 13 คะแนน

เช่นเดียวกับทางด้านของ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีสิทธิเช่นเดียวกันกับแมน ซิตี้ โดยในเกมแรก แมน ซิตี้

เอาชนะทีมน้องใหม่อย่างไรท่านไปได้ 0 ประตูต่อ 2 ก่อนที่จะมาเสมอเอฟเวอร์ตัน 1 ประตูต่อ 1 และเก็บชัยชนะ 3 เกมรวด

โดยเกมล่าสุดถล่มวัดปลอดภัยถึง 0 ประตูต่อ 6 เรียกความมั่นใจให้กับนักเตะในทีมได้ดีทีเดียว

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รั้งจ่าฝูงร่วมด้วยผลงาน 3 เกมแรกเก็บชัยชนะได้ 3 นัดติดต่อกันโดยเกมแรกถล่มเวสต์แฮม 4 ประตูต่อ 0

บุกเอาชนะสวอนซี 0 ประตูต่อ 4 เปิดบ้านเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ไป 2 ประตูต่อ 0 แต่เกมที่ 4 เป็นเกมอาถรรพ์ของ โจเซ่ มูรินโญ่

ที่เขามักจะจบลงด้วยไม่เสมอก็แพ้และเกมนั้นออกไปเยือนสโต๊คซิตี้ทำได้เพียงแค่เสมอ 2 ประตูต่อ 2 งวด 3 คะแนนที่สำคัญ

ในการรั้งจ่าฝูงแต่เกมที่ 5 เขากลับมาเล่นที่โอลด์แทรฟฟอร์ดพบกับทีมจากเมอร์ซี่ไซด์ท๊อฟฟี่เอฟเวอร์ตันเป็นการกลับมาที่บ้านเก่าของ เวย์น รูนี่ย์

และโรเมลูลูกากูจะได้พบกับทีมเก่าของเค้าหลังจากที่ย้ายออกมาเมื่อฤดูกาลที่แล้วสุดท้ายจบ 90 นาทีลงเอยด้วยการที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เค้นฟอร์มท้ายเกมยิง 3 ประตูรวดบวกกับ 1 รูปจากเกมครึ่งแรกทำให้ปีศาจแดงได้ 3 คะแนนจากการถล่มเอฟเวอร์ตัน 4 ประตูต่อ 0 และ romelu lukaku สามารถยิงประตูทีมเก่าได้

ตามติดพรีเมียร์ลีก 2017

ตามติดพรีเมียร์ลีก 2017

ดาวซัลโวในตอนนี้หลังจากที่แข่งไปแล้ว 5 เกมก็เป็นดาวซัลโวร่วมกันจากเมืองแมนเชสเตอร์เหมือนกันโดยเป็น romelu lukaku  จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ยิงไปแล้ว 5 ประตูเช่นเดียวกับเซอร์คิโอ กุน อาเกวโลจาก manchester city ตอนนี้อันดับเท่ากันจำนวนการยิงประตูเท่ากันเสียประตูเท่ากันและดาวซัลโว

ก็ยิงประตูเท่ากันเป็นฟอร์มที่ร้อนแรงของทั้งสองทีมและเหมาะแก่การที่จะมาเจอกันในตอนนี้น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ถูกที่ควรที่สุดที่ 2 ทีม

จากเมืองแมนเชสเตอร์นั้นจะต้องมาตัดสินกันสักทีว่าในเกมแรกนั้นใครจะสามารถเก็บชัยชนะไปครองได้สำเร็จ ตายในเกมนัดต่อไปแมนเชสเตอร์ ซิตี้

จะเล่นที่สนามเอติฮัดสเตเดี้ยมรับการมาเยือนของปราสาทเรือนแก้วคริสตัลพาเลซนับว่าเป็นเกมที่เบากว่าทางด้านของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ที่จะต้องออกไปเยือนเซาแธมป์ตันที่เซนต์แมรี่ ถ้ามองถึงโอกาสในความผิดพลาดทางฝั่งของปีศาจแดงอาจจะจบลงที่เสมอเป็นอย่างน้อยโดยทางฝั่งแมนซิตี้

น่าจะมีเหตุผลเดียวนั่นคือเก็บ 3 คะแนนมาครองได้ทำให้โอกาสในการรั้งจ่าฝูงของทางฝั่งเรือใบสีฟ้ามีมากกว่าทางฝั่งของปีศาจแดง

ข่าวฟุตบอล บอลอังกฤษ 2017

บอลอังกฤษ 2017 น่าสนใจมีทีมไหนฟอร์มดีในช่วงต้นฤดูกาล

ฤดูกาลที่แล้วพูดถึงจ่าฝูงลีก อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  คราวนี้เรามาพูดถึง บอลอังกฤษ 2017

ทีมที่อยู่อันดับเลื่อนลงมาจากตรงนั้นกันเริ่มกันที่อันดับที่ 3 เชลซี ทีมของอันโตนิโอ คอนเต้

ถึงแม้ว่าในนัดแรกจะออกสตาร์ทด้วยการแพ้ให้กับเบอร์รี่ไป 2 ประตูต่อ 3 แต่ในหลังจากนั้น 4 เกมพวกเขาเก็บชัยชนะได้ 3 นัดรวด

ก่อนที่นักล่าสุดจะมาเสมอกับอาร์เซนอล 0 ประตูต่อ 0 โดย 3 เกมที่เก็บชัยชนะได้พวกเขาบุกไปเอา 3 คะแนนจาก ทอตนัม ฮอตสเปอร์

และเอาชนะเอฟเวอร์ตัน 2 ประตูต่อ 0 ก่อนที่จะบุกไปเยือนเลสเตอร์ซิตี้ 1 ประตูต่อ 2

นับว่าตารางการแข่งขันของเชลซี เจอกับทีมใหญ่ถึง 4 เกมรวดแต่พวกเขาก็เก็บมาได้ 10 คะแนน

ตามาเป็นอันดับที่ 4 สาลิกาดงนิวคาสเซิ่ลยูไนเต็ดหลังจากที่ฤดูกาลที่แล้วเล่นในแชมเปี้ยนชิพมาฤดูกาลนี้

เขาผงาดขึ้นมาใน premier league 2017/18 เกาะกลุ่มหูตารางได้จากการมี 9 คะแนนโดยแข่งขันไป 5 นัดชนะ 3 แพ้ 2

โดยช่วงต้นฤดูกาลที่ออกสตาร์ทนัดที่ 1 และ 2 พวกเขาแพ้ 2 เกมรวดให้กับสเปอร์และคัตเตอร์ฟิลด์ทาวน์ทีมจาก championship

ตอนที่จะมาเก็บ 3 คะแนน 3 เกมรวดจากเวสต์แฮมยูไนเต็ดสวอนซีซิตี้และเกมล่าสุดเปิดบ้านเซนต์เจมส์ปาร์คเอาชนะสโต๊ค ซิตี้

ไปได้ 2 ประตูต่อ 1 ทำให้เป็นทีมน้องใหม่ที่ฟอร์มร้อนแรงขยับขึ้นมาอยู่หัวตารางของพรีเมียร์ลีกได้ก็ต้องมาดูว่าจะยืนระยะได้ยาวแค่ไหน

บอลอังกฤษ 2017

บอลอังกฤษ 2017

ทอตนัมฮอตสเปอร์กับเกมในลีกค่อนข้างที่จะยังไม่เป็นชิ้นเป็นอันถึงแม้ว่าในเกมนัดแรกเค้าจะบุกไปเอาชนะในข้อสั้นไปได้ 2 ประตูต่อ 0

แต่เกมต่อมาเขาก็พลาดท่าให้กับเชลซีไปและก็มาเสมอกับ เบิร์นลี่ย์อีก 1 ประตูต่อ 1 ซึ่งอันนี้เป็นแมตช์ที่น่าผิดหวังมากที่พวกเขาทิ้ง 2 คะแนนที่สำคัญ

ไปทำได้เพียงแค่ 1 คะแนนกับทีมรองบ่อนเกมนัดที่ 4  เปิดบุเอฟเวอร์ตันที่กูดิสันปาร์คพวกเขาเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ด้วยการถล่มถึง 3 ประตูต่อ 0

และเกมล่าสุดก็มาเสมอกับสวอนซีซิตี้ 0 ประตูต่อ 0 ในบ้านของตัวเองก็เป็น in 1 แมตช์ที่น่าผิดหวังเช่นเดียวกัน

ลิเวอร์พูลตอนนี้อยู่อันดับที่ 8 มีเพียง 8 คะแนนจากการแข่งขันไป 5 นัดชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1 ยิงได้ 9 ประตูเสีย 9 ประตู

ถึงแม้ว่าทีมจะมีนักเตะที่ยอดเยี่ยมกลับมาอย่างซาดิโอมาเน่ฟิลิปเป้คูตินโญ่ที่น่าจะกลับมาช่วยทีมในนัดต่อไปที่เจอกับเลสเตอร์ ซิตี้

แต่ก็น่าเป็นห่วงเช่นเดียวกันกับเกมรับที่เค้ายังไม่สามารถหาใครเข้ามาทดแทนพร้อมกับช่วงในตลาดที่ปิดตัวลงแล้ว

ก็ทำได้แต่เพียงก้มหน้าใช้นักเตะหน้าเก่าๆอย่างเดยัน ลอฟเรน ,แร็คนรา คาวาล, โจเอล มาติป ต่อไป ส่วนทีมที่น่าเป็นห่วงน่าจะเป็นอาร์เซนอล

ที่มีแค่ 7 คะแนนชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 เกมล่าสุดเขียนฟอร์มเก่งกลับมาบุกไปยันเสมอเชลซีที่ สแตมฟอร์ดบริดจ์

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ บุนเดสลีก้า 2017-18

บุนเดสลีก้า 2017-18 ออกสตาร์ท 5 เกม เสือเหลืองจ่าฝูง

ตามติดสถานการณ์ บุนเดสลีก้า 2017-18 ศึกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ของประเทศเยอรมัน หลังจากที่เริ่มเกมไปได้เพียงแค่ 5 เกม

แต่กลับกลายเป็นว่าไม่ใช่ เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ที่กำลังเป็นจ่าฝูงเป็นทีมคู่แค้นจาก เสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

ที่รั้งจ่าฝูงไว้ได้จากการเก็บ 13 คะแนนโดยชนะ 4 เสมอ 1 ยิงไปแล้ว 13 ประตูโดยเก็บคลีนชีตได้ถึง 5 นัด

โดย 2 เกมที่ผ่านมาทางด้านของดอร์ทมุนด์นั้นถล่มโคโลญไป 5 ประตูต่อ 0 และเกมล่าสุดบุกไปถล่มฮัมบูร์กไป 0 ประตูต่อ 3

โดยเกมที่เสมอนั้นเล่นนอกบ้านพลาดท่าให้กับไฟร์บวร์กด้วยการจบเกมแบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม

โดยสกอร์อยู่ที่ 0 ประตูต่อ 0 นำห่างบาเยิร์นมิวนิคอยู่ 1 คะแนนและประตูได้เสียทำได้ดีกว่าถึง 4 ลูก

ทางฝั่งเสือใต้บาเยิร์นมิวนิคฤดูกาลนี้ออกสตาร์ทเกมที่ 3 ก็พลาดท่าแพ้ให้กับฮอฟเฟ่นไฮม์ไป 2 ประตูต่อ 0

เกมนั้นเป็นเกมเยือนที่บาเยิร์น กลับมาใช้โธมัส มุลเลอร์ ลงเล่นเป็นตัวจริงโดยที่มีทางด้านของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เป็นกองหน้าตัวเป้า

ส่วนเกมรับตรงกลางสนามใช้ เซบาสเตียน รูดี้  โดยให้ ฮาเมส โรดริเกซ เป็นผู้เล่นตัวสำรองภายใน 2 เกมล่าสุด

ที่ผ่านมาพวกเขาก็กลับมาเก็บชัยชนะได้ 2 นัดรวด โดยเป็น 2 เกมที่ค่อนข้างหนักเ พราะต้องเปิดบ้านพบกับไมนซ์ 05

แต่พวกเขาก็เก็บ 3 คะแนนไปได้ด้วยการเอาชนะ 4 ประตูต่อ 0  และมาได้ความมั่นใจกับเกมที่จะต้องออกไปเยือน ชาลเก้ 04 และจบลงด้วยกันถล่มไป 3 ประตูต่อ 0 เกินความคาดหมาย

บุนเดสลีก้า 2017-18บุนเดสลีก้า 2017-18

ถ้าพูดถึงฟอร์มของเสือใต้ในรูปการที่แล้วพวกเขาใน 10 เกมแรกไม่มีความผิดพลาดแต่อย่างใดสามารถเก็บ 3 คะแนนได้รวด

และหลังเป็นจ่าฝูงโดยที่ทางต่างของเสือเหลืองดอร์ทมุนด์พวกเขาสตาร์ทฤดูกาลที่แล้วได้ไม่ดีก่อนที่จะมาเร็งฟอร์ม

ในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังและก็ทำได้เพียงแค่รองแชมป์บุนเดสลีกาฤดูกาลที่ผ่านมา

แต่ความในรูปการนี้เขาสามารถดึงความพร้อมและความมั่นใจของลูกทีมจนส่งผลให้สามารถรั้งจ่าฝูงได้ ที่มันดับที่ 3

เป็นฮอฟเฟ่นไฮม์แข่งไป 5 เกมชนะ 3 เสมอ 2 พวกเขายังไม่เคยพบกับความพ่ายแพ้แต่มีเพียงแค่ 11 คะแนน

ตามหลัง บาเยิร์น มิวนิค อยู่ 1 คะแนนเกมล่าสุดก็ออกไปเยือน ไมนซ์ 05 และพลิกเอาชนะไปได้ 2 ประตูต่อ 3

เกมต่อไป บาเยิร์น มิวนิค จะพบกับทางด้านโวล์ฟบวร์กที่เกมนี้พวกเค้าชนะเพียงแค่ 1 เกมเท่านั้นเสมอ 2 แพ้ 2

เกมล่าสุด โวฟบวก เสมอกับ แวร์เดอร์ เบรเมน คาบ้านตัวเอง 1 ประตูต่อ 1 โดยทางด้านบาเยิร์นมีภาษีที่ดีกว่าและมีโอกาสที่จะเก็บ 3 คะแนน

ในเกมนี้ไปได้  จ่าฝูงโบรุสเซียดอร์ทมุนด์จะต้องเปิดบ้านพบกับโบรุสเซียมึนเช่นกลัดบัคโดยทีมเยือนฟอร์มล่าสุดเปิดบ้านเอาชนะ

สตุ๊ตการ์ทไปได้เก็บชัยชนะนัดที่ 2 โดยสารเกมที่ผ่านมาพวกเขาเสมอ 2 แพ้ 1 เกมที่ชนะนัดล่าสุด

เป็นเกมส์ที่เล่นในบ้านเปิดฤดูการเอาชนะก็โดนไปได้ 1 ประตูต่อ 0

ถ้ามาเจอกับความพร้อมของทางฝั่งเจ้าบ้าน โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เชื่อว่าอาจจะต้องพบกับความปราชัยไปอีกหนึ่งเกม

ข่าวลีก คัพ อาร์เซน่อล-1-0-ดอนคาสเตอร์

ปืนโตเกือบไป วอลคอต ลงมาปลดล็อกเฉือน ดอนคาสเตอร์

สภาพทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ท่าจะแย่ ปืนโตเกือบไป ในศึกคาราบาวครับที่พวกเขาเปิดสนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

รับการมาเยือนของ ดอนคาสเตอร์ โรเวอร์ ทีมจาก แชมเปี้ยนชิพ โดยฟอร์มการเล่นของ อาร์เซนอล ในตอนนี้อยู่ในเกณฑ์ที่ย่ำแย่

และแฟนบอลค่อนข้างที่จะมีข้อครหาพูดถึงการคุมทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ว่าจัดตัวผู้เล่นลงในแต่ละนัดนั้น ไม่ค่อยถูกอกถูกใจ

สำหรับสาวก เดอะ กันเนอร์ เลยแต่ในเกมล่าสุด พรีเมียร์ลีก ที่เจอกับ เชลซี พวกเขาทำได้ดีด้วยการบุกไปยันเสมอได้สำเร็จ

และได้หนึ่งคะแนนที่สำคัญมาฉลอง จนทำให้แฟนบอลเริ่มที่จะมีความมั่นใจในการทำผลงานของนักเตะของพวกเขา

ในศึกลีก คัพ พวกเขากลับต้องกังวลใจอีกครั้งหนึ่งเมื่อ อาร์เซนอล จะต้องมาเจอกับทีมรองบ่อนจัง ดอนคาสเตอร์ โรเวอร์ส

ซื้อมองจากสภาพของทีมและคุณภาพของนักเตะ arsenal สมควรที่จะต้องเอาชนะไปได้อย่างน้อย 3 ประตูขึ้นไป

แต่ฟอร์มการเล่นของลูกทีมเจ๊เหี่ยว ในคืนนี้กลับทำได้เพียงแค่ 1 ประตู เท่านั้นโดยนักเตะที่ส่งลงไปก็ยังมีชื่อชั้นเหนือกว่าทางฝั่งทีมเยือน

ปืนโตเกือบไป

ปืนโตเกือบไป

ถ้าพูดถึงว่า 1 ประตูก็สามารถทำให้พวกเขาได้รับชัยชนะแต่นั่นไม่น่าจะเป็นที่พอใจ สำหรับผู้จัดการทีมและแฟนบอลอย่างแน่นอน

ด้วยทีมที่มีประสิทธิภาพที่เหนือกว่าแต่กลับทำได้เพียงแค่ 1 ประตูกับทีมที่ไม่สามารถจะต่อก่อนได้และเกือบที่จะโดนตีเสมอเสียด้วยซ้ำ

ถ้ารายการนี้อะไรมันก็ไม่สามารถชนะ อาร์เซนอล เข้าไปสู่รอบลึกๆได้ เชื่อได้เลยว่าเก้าอี้ของเขาอาจจะต้องมีสปริงติดและ มีโอกาสที่จะโดนเด้งได้ทุกเมื่อถ้าเกิดว่าฟอร์มย่ำแย่อีกต่อไป

โอกาสของ ทีมปืนใหญ่ ได้โอกาส ครองบอลได้ถึง 61 เปอร์เซ็นต์ และมีโอกาสในการยิงเข้ากรอบถึง 8 ครั้ง โดยจังหวะส่องไกลนั้นมีสูงถึง 21 ครั้ง

แต่เปลี่ยนแปลงเป็นได้แค่ 1 ประตูเท่านั้น โอกาสในการเตะมุม 10 ประตู แต่ก็ไม่ได้มีส่วนที่ทำให้ได้ประตูใช้เลยแม้แต่น้อย

นักเตะที่น่าสนใจในเกมนี้กลายเป็น แจ็ค วิลเชียร์ ที่เป็นนักเตะที่มีกระดูกบาง จนมักมีอาการบาดเจ็บและทำให้ อาร์แซน เวนเกอร์  

ถึงจะต้องปล่อยตัวไปให้ทีมอื่นยืมตัว จะมาในฤดูกาลนี้ กลับมาช่วยทีมอีกครั้งหนึ่ง และ มีส่วนสำคัญในเกมนี้เป็นอย่างมาก

ประตูชัยที่เกิดขึ้นในเกมนี้ มาจาก ทีโอ วอคอท ที่หลุดเดี่ยวเข้าไปจากทางริมเส้นฝั่งขวา และ ยิงบอลเลียดส่วนตัวของทางด้าน ผู้รักษาประตู

ฝั่งตรงข้ามเข้าไปทำให้กลายเป็นประตูโทน ประตูเดียว ในเกมนี้และพระอาร์เซนอลเข้ารอบต่อไป

ข่าวบอล ถึงเวลาของ มาร์กซิยาล

ถึงเวลาของ มาร์กซิยาล กลับมาเรียกเรตติ้ง

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล คือสมบัติอันล้ำค่าที่หลงเหลือมาในยุคของหลุยส์ ฟาน กัล กุนซือชาวดัตช์ ถึงเวลาของ มาร์กซิยาล

ที่ซื้อดาวรุ่งรายนี้จากโมนาโกมาร่วมทีม ในวันสุดท้ายของตลาดการซื้อขายนักเตะช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2015

ด้วยมูลค่ารวมที่อาจสูงถึง 57 ล้านปอนด์ ซึ่งในยุคของ “อาจารย์หลุยส์” มาร์กซิยาลทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

และแจ้งเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับมาร์คัส แรชฟอร์ด เจ้าหนูดาวรุ่งที่เป็นเด็กปั้นของสโมสรในฤดูกาลนั้น

แต่หลังจากการเข้ามาของโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุเกส ที่เข้ามาคุมทีมในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ต่อจากหลุยส์ ฟาน กัล

ที่ดูเหมือนว่ามาร์กซิยาลจะเริ่มต้นกับกุนซือคนใหม่ไม่ค่อยสวยนัก เมื่อมูรินโญ่ตัดสินใจเอาหมายเลข 9

ที่เขาเคยสวมใส่เมื่อฤดูกาลก่อน ไปให้กับซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าตัวเก๋าที่หมดสัญญาจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมงมาพอดี

แถมชีวิตนอกสนามของเขาก็มีปัญหาอีก เมื่อเขาได้หย่ากับภรรยาคนก่อนที่ได้มีลูกด้วยกัน และได้มีแฟนใหม่หลังจากนั้นไม่นาน

ทำให้ผลงานในสนามตกลงไปอย่างน่าใจหาย จนหลุดจากการเป็นตัวจริงในยุคของโชเซ่ มูรินโญ่อย่างสมบูรณ์แบบ

ถึงเวลาของ มาร์กซิยาล

ถึงเวลาของ มาร์กซิยาล

แต่ช่วงก่อนเริ่มฤดูกาลนี้ เมื่อชีวิตของเขากลับมาเข้าที่อีกครั้ง และกลับมามีสมาธิกับการค้าแข้งอีกครั้ง

ทำให้เขากลับมาตั้งหน้าตั้งตาซ้อมอย่างหนัก และขมักเขม้น จนกุนซือจอมเฮียบอย่าง มูรินโญ่ ถึงกับต้องออกมาชมอยู่บ่อยครั้ง

จากการให้สัมภาษณ์ในโอกาสต่างๆ และมาร์กซิยาลเริ่มมีผลงานเด่นในช่วงพรีซีซั่น เมื่อเลี้ยงแหวกแผงหลังของเรอัล มาดริด

ก่อนไหลใส่พานให้ เจสซี่ ลินการ์ด ยิงไม่เหลือ ทำให้กองหน้าดาวรุ่ง ชาวฝรั่งเศส เริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น และช่วงเริ่มต้นฤดูกาล

ถึงแม้ว่าเขาจะตกเป็นตัวสำรองของ มาร์คัส แรชฟอร์ดในตำแหน่งปีกซ้ายของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ตาม แต่เมื่อมีโอกาสลงสนาม

ถึงแม้จะมีเวลาไม่มาก แต่เขากลับฉายแสงทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ทั้งในนัดกับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด สวอนซี ซิตี้ รวมถึงเอฟเวอร์ตันด้วย

จนถึงตอนนี้ ผลงานเริ่มเป็นที่เด่นชัดแล้วว่าอ็องโตนี่ มาร์กซิยาล โชว์ผลงานได้อย่างโดดเด่นกว่ามาร์คัส แรชฟอร์ดพอสมควร

และเหมาะอย่างยิ่งที่จะได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงมากกว่านี้ ถึงแม้ดูเหมือนว่าโชเซ่ มูรินโญ่

จะจัดสรรให้แรชฟอร์ดลงเป็นตัวจริงในเกมลีก และให้มาร์กซิยาลเป็นตัวจริงในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

แต่ด้วยฟอร์มตอนนี้ แฟน “ปีศาจแดง” คงหวังที่จะเห็นอ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ลงตัวจริงมากกว่าอย่างแน่นอน

ยูฟ่า เชลซี ของจริง

เชลซี ของจริง 2 เกม 6 แต้มสนามรบยูฟ่า

ฟอร์มอันสุดยอดของเชลซีอันโตนิโอ คอนเต้ เชลซี ของจริง ทำให้พวกเขาเก็บ 6 คะแนนเต็ม จากการลงสนามในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

2 นัดที่ผ่านมา ซึ่งนัดล่าสุดที่เป็นผลงานมาสเตอร์ พีช ของทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” ในฤดูกาลนี้

คือการบุกไปเก็บชัยชนะเหนือแอตเลติโก มาดริด ทีมแกร่งถึงเมืองหลวงของสเปน 2-1

ซึ่งเป็นการปราชัยครั้งแรกหลังจากการใช้สนามใหม่อย่างวานด้า เมโทรโปลิตาโน่อีกด้วย หลังจากเปิดใช้งานมาเพียง 3 นัดเท่านั้น

ทีม “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ในยุคของดิเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือขาโหดชาวอาร์เจนไตน์ ขึ้นชื่อว่าเป็นทีมที่เล่นได้เขี้ยว

และเหนียวแน่นที่สุดทีมหนึ่งในยุโรป แต่เกมนี้พวกเขาต้องมาเสียท่าให้กับเชลซีถึง 2 ประตู ทั้งๆ ที่ทีมของเขาออกนำคู่แข่งก่อนด้วยซ้ำ

โดยช่วงต้นเกมเป็นทางเชลซีที่เปิดเกมรุกเข้าใส่ได้ตลอด และมีโอกาสหลายครั้งจากอัลบาโร่ โมราต้า ที่กำลังฟอร์มแรง

เชลซี ของจริง รายการใหญ่ไม่มีพลาด

เชลซี ของจริง

แต่ก็ยิงทิ้งยิงขว้างไปหมด รวมถึงการยิงไกลของเอแดน อาซาร์ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเบลเยี่ยมที่กลับมาฟิตเต็มถังได้ทันเวลาพอ

ยิงเต็มข้อบอลแฉลบกองหลังของเจ้าถิ่น ก่อนที่บอลจะพุ่งชนเสาเข้าอย่างจัง ทำให้แอตเลติโก มาดริด รอดมาได้

และก่อนหมดครึ่งแรก 5 นาที เจ้าถิ่นมาได้จุดโทษจากจังหวะที่ ดาวิด ลุยซ์ ที่ยังไม่ทิ้งลายการเล่นสกปรก

เมื่อไปดึงลูคัส เฟร์นานเดสล้มในกรอบเขตโทษ ทำให้เจ้าบ้านได้จุดโทษ และเป็นอองตวน กรีซมันน์

กองหน้าดาวยิงประจำทีมยิงเข้าไปกลางประตู ปล่อยให้ ธิบอต์ กูตัวร์ นายทวารทีมเยือนพุ่งไปผิดทาง

ครึ่งหลังเริ่มมาก้เป็นทีมเยือนจากอังกฤษที่บุกเข้าใส่ตลอด และมาได้ประตูตีเสมอจากเอแดน อาซาร์ ที่วันนี้เล่นได้ท็อปฟอร์มสุดๆ

เปิดบอลเข้ากลาง และเป็นอัลบาโร่ โมราต้า วิ่งโฉบเข้ามาโหม่งบอลเปลี่ยนทิศผ่านมือแยน โอบลัค ให้สกอร์เป็น 1-1

หลังจากนั้นเกมเริ่มเปิดอีกครั้ง และมีโอกาสที่จะเป็นผู้ชนะทั้งสองทีม แต่แล้วลูกทีมของอันโตนิโอ คอนเต้

ที่เขี้ยวกว่าในเกมนี้มาได้ประตูชัยในนาทีสุดท้ายของการทดเวลาบาดเจ็บจากมิตชี่ มาตซูอาญี่ กองหน้าตัวสำรอง

ทำให้ทีมเยือนเก็บชัยชนะกลับกรุงลอนดอน พร้อมโอกาสการเข้ารอบที่สูงลิ่ว ซึ่งเป็นนัดที่ทลายกำแพงเกมรับของเจ้าถิ่นอย่างย่อยยับ

เพราะประตูที่โดนแซงนำนั้น เชลซี ทำชิ่งเข้าเขตโทษ ทั้งๆ ที่เจ้าถิ่นยืนออกันเต็มปากประตู แต่ทุกคนกลับยืนนิ่งกันหมด