ข่าวตามติดพรีเมียร์ลีก 2017

ตามติดพรีเมียร์ลีก 2017 /18 2 ทีมแมนเชสเตอร์จ่าฝูงร่วม

เกาะติดสถานการณ์ ตามติดพรีเมียร์ลีก 2017 /18 เล่นลีกที่แฟนบอลชาวไทยนั้นให้ความสนใจมากที่สุดตอนนี้แข่งขันกันไปแล้ว 5 เกมด้วยกัน

โดยอันดับที่ 1 นั้นเป็น 2 ทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ โดยทางฝั่งของเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้แข่ง 5 นัดชนะ 4 เสมอ 1 ยิง 16 ประตูเสีย 2 มี 13 คะแนน

เช่นเดียวกับทางด้านของ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีสิทธิเช่นเดียวกันกับแมน ซิตี้ โดยในเกมแรก แมน ซิตี้

เอาชนะทีมน้องใหม่อย่างไรท่านไปได้ 0 ประตูต่อ 2 ก่อนที่จะมาเสมอเอฟเวอร์ตัน 1 ประตูต่อ 1 และเก็บชัยชนะ 3 เกมรวด

โดยเกมล่าสุดถล่มวัดปลอดภัยถึง 0 ประตูต่อ 6 เรียกความมั่นใจให้กับนักเตะในทีมได้ดีทีเดียว

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รั้งจ่าฝูงร่วมด้วยผลงาน 3 เกมแรกเก็บชัยชนะได้ 3 นัดติดต่อกันโดยเกมแรกถล่มเวสต์แฮม 4 ประตูต่อ 0

บุกเอาชนะสวอนซี 0 ประตูต่อ 4 เปิดบ้านเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ไป 2 ประตูต่อ 0 แต่เกมที่ 4 เป็นเกมอาถรรพ์ของ โจเซ่ มูรินโญ่

ที่เขามักจะจบลงด้วยไม่เสมอก็แพ้และเกมนั้นออกไปเยือนสโต๊คซิตี้ทำได้เพียงแค่เสมอ 2 ประตูต่อ 2 งวด 3 คะแนนที่สำคัญ

ในการรั้งจ่าฝูงแต่เกมที่ 5 เขากลับมาเล่นที่โอลด์แทรฟฟอร์ดพบกับทีมจากเมอร์ซี่ไซด์ท๊อฟฟี่เอฟเวอร์ตันเป็นการกลับมาที่บ้านเก่าของ เวย์น รูนี่ย์

และโรเมลูลูกากูจะได้พบกับทีมเก่าของเค้าหลังจากที่ย้ายออกมาเมื่อฤดูกาลที่แล้วสุดท้ายจบ 90 นาทีลงเอยด้วยการที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เค้นฟอร์มท้ายเกมยิง 3 ประตูรวดบวกกับ 1 รูปจากเกมครึ่งแรกทำให้ปีศาจแดงได้ 3 คะแนนจากการถล่มเอฟเวอร์ตัน 4 ประตูต่อ 0 และ romelu lukaku สามารถยิงประตูทีมเก่าได้

ตามติดพรีเมียร์ลีก 2017

ตามติดพรีเมียร์ลีก 2017

ดาวซัลโวในตอนนี้หลังจากที่แข่งไปแล้ว 5 เกมก็เป็นดาวซัลโวร่วมกันจากเมืองแมนเชสเตอร์เหมือนกันโดยเป็น romelu lukaku  จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ยิงไปแล้ว 5 ประตูเช่นเดียวกับเซอร์คิโอ กุน อาเกวโลจาก manchester city ตอนนี้อันดับเท่ากันจำนวนการยิงประตูเท่ากันเสียประตูเท่ากันและดาวซัลโว

ก็ยิงประตูเท่ากันเป็นฟอร์มที่ร้อนแรงของทั้งสองทีมและเหมาะแก่การที่จะมาเจอกันในตอนนี้น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ถูกที่ควรที่สุดที่ 2 ทีม

จากเมืองแมนเชสเตอร์นั้นจะต้องมาตัดสินกันสักทีว่าในเกมแรกนั้นใครจะสามารถเก็บชัยชนะไปครองได้สำเร็จ ตายในเกมนัดต่อไปแมนเชสเตอร์ ซิตี้

จะเล่นที่สนามเอติฮัดสเตเดี้ยมรับการมาเยือนของปราสาทเรือนแก้วคริสตัลพาเลซนับว่าเป็นเกมที่เบากว่าทางด้านของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ที่จะต้องออกไปเยือนเซาแธมป์ตันที่เซนต์แมรี่ ถ้ามองถึงโอกาสในความผิดพลาดทางฝั่งของปีศาจแดงอาจจะจบลงที่เสมอเป็นอย่างน้อยโดยทางฝั่งแมนซิตี้

น่าจะมีเหตุผลเดียวนั่นคือเก็บ 3 คะแนนมาครองได้ทำให้โอกาสในการรั้งจ่าฝูงของทางฝั่งเรือใบสีฟ้ามีมากกว่าทางฝั่งของปีศาจแดง

ข่าวฟุตบอล บอลอังกฤษ 2017

บอลอังกฤษ 2017 น่าสนใจมีทีมไหนฟอร์มดีในช่วงต้นฤดูกาล

ฤดูกาลที่แล้วพูดถึงจ่าฝูงลีก อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  คราวนี้เรามาพูดถึง บอลอังกฤษ 2017

ทีมที่อยู่อันดับเลื่อนลงมาจากตรงนั้นกันเริ่มกันที่อันดับที่ 3 เชลซี ทีมของอันโตนิโอ คอนเต้

ถึงแม้ว่าในนัดแรกจะออกสตาร์ทด้วยการแพ้ให้กับเบอร์รี่ไป 2 ประตูต่อ 3 แต่ในหลังจากนั้น 4 เกมพวกเขาเก็บชัยชนะได้ 3 นัดรวด

ก่อนที่นักล่าสุดจะมาเสมอกับอาร์เซนอล 0 ประตูต่อ 0 โดย 3 เกมที่เก็บชัยชนะได้พวกเขาบุกไปเอา 3 คะแนนจาก ทอตนัม ฮอตสเปอร์

และเอาชนะเอฟเวอร์ตัน 2 ประตูต่อ 0 ก่อนที่จะบุกไปเยือนเลสเตอร์ซิตี้ 1 ประตูต่อ 2

นับว่าตารางการแข่งขันของเชลซี เจอกับทีมใหญ่ถึง 4 เกมรวดแต่พวกเขาก็เก็บมาได้ 10 คะแนน

ตามาเป็นอันดับที่ 4 สาลิกาดงนิวคาสเซิ่ลยูไนเต็ดหลังจากที่ฤดูกาลที่แล้วเล่นในแชมเปี้ยนชิพมาฤดูกาลนี้

เขาผงาดขึ้นมาใน premier league 2017/18 เกาะกลุ่มหูตารางได้จากการมี 9 คะแนนโดยแข่งขันไป 5 นัดชนะ 3 แพ้ 2

โดยช่วงต้นฤดูกาลที่ออกสตาร์ทนัดที่ 1 และ 2 พวกเขาแพ้ 2 เกมรวดให้กับสเปอร์และคัตเตอร์ฟิลด์ทาวน์ทีมจาก championship

ตอนที่จะมาเก็บ 3 คะแนน 3 เกมรวดจากเวสต์แฮมยูไนเต็ดสวอนซีซิตี้และเกมล่าสุดเปิดบ้านเซนต์เจมส์ปาร์คเอาชนะสโต๊ค ซิตี้

ไปได้ 2 ประตูต่อ 1 ทำให้เป็นทีมน้องใหม่ที่ฟอร์มร้อนแรงขยับขึ้นมาอยู่หัวตารางของพรีเมียร์ลีกได้ก็ต้องมาดูว่าจะยืนระยะได้ยาวแค่ไหน

บอลอังกฤษ 2017

บอลอังกฤษ 2017

ทอตนัมฮอตสเปอร์กับเกมในลีกค่อนข้างที่จะยังไม่เป็นชิ้นเป็นอันถึงแม้ว่าในเกมนัดแรกเค้าจะบุกไปเอาชนะในข้อสั้นไปได้ 2 ประตูต่อ 0

แต่เกมต่อมาเขาก็พลาดท่าให้กับเชลซีไปและก็มาเสมอกับ เบิร์นลี่ย์อีก 1 ประตูต่อ 1 ซึ่งอันนี้เป็นแมตช์ที่น่าผิดหวังมากที่พวกเขาทิ้ง 2 คะแนนที่สำคัญ

ไปทำได้เพียงแค่ 1 คะแนนกับทีมรองบ่อนเกมนัดที่ 4  เปิดบุเอฟเวอร์ตันที่กูดิสันปาร์คพวกเขาเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ด้วยการถล่มถึง 3 ประตูต่อ 0

และเกมล่าสุดก็มาเสมอกับสวอนซีซิตี้ 0 ประตูต่อ 0 ในบ้านของตัวเองก็เป็น in 1 แมตช์ที่น่าผิดหวังเช่นเดียวกัน

ลิเวอร์พูลตอนนี้อยู่อันดับที่ 8 มีเพียง 8 คะแนนจากการแข่งขันไป 5 นัดชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1 ยิงได้ 9 ประตูเสีย 9 ประตู

ถึงแม้ว่าทีมจะมีนักเตะที่ยอดเยี่ยมกลับมาอย่างซาดิโอมาเน่ฟิลิปเป้คูตินโญ่ที่น่าจะกลับมาช่วยทีมในนัดต่อไปที่เจอกับเลสเตอร์ ซิตี้

แต่ก็น่าเป็นห่วงเช่นเดียวกันกับเกมรับที่เค้ายังไม่สามารถหาใครเข้ามาทดแทนพร้อมกับช่วงในตลาดที่ปิดตัวลงแล้ว

ก็ทำได้แต่เพียงก้มหน้าใช้นักเตะหน้าเก่าๆอย่างเดยัน ลอฟเรน ,แร็คนรา คาวาล, โจเอล มาติป ต่อไป ส่วนทีมที่น่าเป็นห่วงน่าจะเป็นอาร์เซนอล

ที่มีแค่ 7 คะแนนชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 เกมล่าสุดเขียนฟอร์มเก่งกลับมาบุกไปยันเสมอเชลซีที่ สแตมฟอร์ดบริดจ์

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ บุนเดสลีก้า 2017-18

บุนเดสลีก้า 2017-18 ออกสตาร์ท 5 เกม เสือเหลืองจ่าฝูง

ตามติดสถานการณ์ บุนเดสลีก้า 2017-18 ศึกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ของประเทศเยอรมัน หลังจากที่เริ่มเกมไปได้เพียงแค่ 5 เกม

แต่กลับกลายเป็นว่าไม่ใช่ เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ที่กำลังเป็นจ่าฝูงเป็นทีมคู่แค้นจาก เสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

ที่รั้งจ่าฝูงไว้ได้จากการเก็บ 13 คะแนนโดยชนะ 4 เสมอ 1 ยิงไปแล้ว 13 ประตูโดยเก็บคลีนชีตได้ถึง 5 นัด

โดย 2 เกมที่ผ่านมาทางด้านของดอร์ทมุนด์นั้นถล่มโคโลญไป 5 ประตูต่อ 0 และเกมล่าสุดบุกไปถล่มฮัมบูร์กไป 0 ประตูต่อ 3

โดยเกมที่เสมอนั้นเล่นนอกบ้านพลาดท่าให้กับไฟร์บวร์กด้วยการจบเกมแบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม

โดยสกอร์อยู่ที่ 0 ประตูต่อ 0 นำห่างบาเยิร์นมิวนิคอยู่ 1 คะแนนและประตูได้เสียทำได้ดีกว่าถึง 4 ลูก

ทางฝั่งเสือใต้บาเยิร์นมิวนิคฤดูกาลนี้ออกสตาร์ทเกมที่ 3 ก็พลาดท่าแพ้ให้กับฮอฟเฟ่นไฮม์ไป 2 ประตูต่อ 0

เกมนั้นเป็นเกมเยือนที่บาเยิร์น กลับมาใช้โธมัส มุลเลอร์ ลงเล่นเป็นตัวจริงโดยที่มีทางด้านของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เป็นกองหน้าตัวเป้า

ส่วนเกมรับตรงกลางสนามใช้ เซบาสเตียน รูดี้  โดยให้ ฮาเมส โรดริเกซ เป็นผู้เล่นตัวสำรองภายใน 2 เกมล่าสุด

ที่ผ่านมาพวกเขาก็กลับมาเก็บชัยชนะได้ 2 นัดรวด โดยเป็น 2 เกมที่ค่อนข้างหนักเ พราะต้องเปิดบ้านพบกับไมนซ์ 05

แต่พวกเขาก็เก็บ 3 คะแนนไปได้ด้วยการเอาชนะ 4 ประตูต่อ 0  และมาได้ความมั่นใจกับเกมที่จะต้องออกไปเยือน ชาลเก้ 04 และจบลงด้วยกันถล่มไป 3 ประตูต่อ 0 เกินความคาดหมาย

บุนเดสลีก้า 2017-18บุนเดสลีก้า 2017-18

ถ้าพูดถึงฟอร์มของเสือใต้ในรูปการที่แล้วพวกเขาใน 10 เกมแรกไม่มีความผิดพลาดแต่อย่างใดสามารถเก็บ 3 คะแนนได้รวด

และหลังเป็นจ่าฝูงโดยที่ทางต่างของเสือเหลืองดอร์ทมุนด์พวกเขาสตาร์ทฤดูกาลที่แล้วได้ไม่ดีก่อนที่จะมาเร็งฟอร์ม

ในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังและก็ทำได้เพียงแค่รองแชมป์บุนเดสลีกาฤดูกาลที่ผ่านมา

แต่ความในรูปการนี้เขาสามารถดึงความพร้อมและความมั่นใจของลูกทีมจนส่งผลให้สามารถรั้งจ่าฝูงได้ ที่มันดับที่ 3

เป็นฮอฟเฟ่นไฮม์แข่งไป 5 เกมชนะ 3 เสมอ 2 พวกเขายังไม่เคยพบกับความพ่ายแพ้แต่มีเพียงแค่ 11 คะแนน

ตามหลัง บาเยิร์น มิวนิค อยู่ 1 คะแนนเกมล่าสุดก็ออกไปเยือน ไมนซ์ 05 และพลิกเอาชนะไปได้ 2 ประตูต่อ 3

เกมต่อไป บาเยิร์น มิวนิค จะพบกับทางด้านโวล์ฟบวร์กที่เกมนี้พวกเค้าชนะเพียงแค่ 1 เกมเท่านั้นเสมอ 2 แพ้ 2

เกมล่าสุด โวฟบวก เสมอกับ แวร์เดอร์ เบรเมน คาบ้านตัวเอง 1 ประตูต่อ 1 โดยทางด้านบาเยิร์นมีภาษีที่ดีกว่าและมีโอกาสที่จะเก็บ 3 คะแนน

ในเกมนี้ไปได้  จ่าฝูงโบรุสเซียดอร์ทมุนด์จะต้องเปิดบ้านพบกับโบรุสเซียมึนเช่นกลัดบัคโดยทีมเยือนฟอร์มล่าสุดเปิดบ้านเอาชนะ

สตุ๊ตการ์ทไปได้เก็บชัยชนะนัดที่ 2 โดยสารเกมที่ผ่านมาพวกเขาเสมอ 2 แพ้ 1 เกมที่ชนะนัดล่าสุด

เป็นเกมส์ที่เล่นในบ้านเปิดฤดูการเอาชนะก็โดนไปได้ 1 ประตูต่อ 0

ถ้ามาเจอกับความพร้อมของทางฝั่งเจ้าบ้าน โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เชื่อว่าอาจจะต้องพบกับความปราชัยไปอีกหนึ่งเกม

ข่าวลีก คัพ อาร์เซน่อล-1-0-ดอนคาสเตอร์

ปืนโตเกือบไป วอลคอต ลงมาปลดล็อกเฉือน ดอนคาสเตอร์

สภาพทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ท่าจะแย่ ปืนโตเกือบไป ในศึกคาราบาวครับที่พวกเขาเปิดสนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

รับการมาเยือนของ ดอนคาสเตอร์ โรเวอร์ ทีมจาก แชมเปี้ยนชิพ โดยฟอร์มการเล่นของ อาร์เซนอล ในตอนนี้อยู่ในเกณฑ์ที่ย่ำแย่

และแฟนบอลค่อนข้างที่จะมีข้อครหาพูดถึงการคุมทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ว่าจัดตัวผู้เล่นลงในแต่ละนัดนั้น ไม่ค่อยถูกอกถูกใจ

สำหรับสาวก เดอะ กันเนอร์ เลยแต่ในเกมล่าสุด พรีเมียร์ลีก ที่เจอกับ เชลซี พวกเขาทำได้ดีด้วยการบุกไปยันเสมอได้สำเร็จ

และได้หนึ่งคะแนนที่สำคัญมาฉลอง จนทำให้แฟนบอลเริ่มที่จะมีความมั่นใจในการทำผลงานของนักเตะของพวกเขา

ในศึกลีก คัพ พวกเขากลับต้องกังวลใจอีกครั้งหนึ่งเมื่อ อาร์เซนอล จะต้องมาเจอกับทีมรองบ่อนจัง ดอนคาสเตอร์ โรเวอร์ส

ซื้อมองจากสภาพของทีมและคุณภาพของนักเตะ arsenal สมควรที่จะต้องเอาชนะไปได้อย่างน้อย 3 ประตูขึ้นไป

แต่ฟอร์มการเล่นของลูกทีมเจ๊เหี่ยว ในคืนนี้กลับทำได้เพียงแค่ 1 ประตู เท่านั้นโดยนักเตะที่ส่งลงไปก็ยังมีชื่อชั้นเหนือกว่าทางฝั่งทีมเยือน

ปืนโตเกือบไป

ปืนโตเกือบไป

ถ้าพูดถึงว่า 1 ประตูก็สามารถทำให้พวกเขาได้รับชัยชนะแต่นั่นไม่น่าจะเป็นที่พอใจ สำหรับผู้จัดการทีมและแฟนบอลอย่างแน่นอน

ด้วยทีมที่มีประสิทธิภาพที่เหนือกว่าแต่กลับทำได้เพียงแค่ 1 ประตูกับทีมที่ไม่สามารถจะต่อก่อนได้และเกือบที่จะโดนตีเสมอเสียด้วยซ้ำ

ถ้ารายการนี้อะไรมันก็ไม่สามารถชนะ อาร์เซนอล เข้าไปสู่รอบลึกๆได้ เชื่อได้เลยว่าเก้าอี้ของเขาอาจจะต้องมีสปริงติดและ มีโอกาสที่จะโดนเด้งได้ทุกเมื่อถ้าเกิดว่าฟอร์มย่ำแย่อีกต่อไป

โอกาสของ ทีมปืนใหญ่ ได้โอกาส ครองบอลได้ถึง 61 เปอร์เซ็นต์ และมีโอกาสในการยิงเข้ากรอบถึง 8 ครั้ง โดยจังหวะส่องไกลนั้นมีสูงถึง 21 ครั้ง

แต่เปลี่ยนแปลงเป็นได้แค่ 1 ประตูเท่านั้น โอกาสในการเตะมุม 10 ประตู แต่ก็ไม่ได้มีส่วนที่ทำให้ได้ประตูใช้เลยแม้แต่น้อย

นักเตะที่น่าสนใจในเกมนี้กลายเป็น แจ็ค วิลเชียร์ ที่เป็นนักเตะที่มีกระดูกบาง จนมักมีอาการบาดเจ็บและทำให้ อาร์แซน เวนเกอร์  

ถึงจะต้องปล่อยตัวไปให้ทีมอื่นยืมตัว จะมาในฤดูกาลนี้ กลับมาช่วยทีมอีกครั้งหนึ่ง และ มีส่วนสำคัญในเกมนี้เป็นอย่างมาก

ประตูชัยที่เกิดขึ้นในเกมนี้ มาจาก ทีโอ วอคอท ที่หลุดเดี่ยวเข้าไปจากทางริมเส้นฝั่งขวา และ ยิงบอลเลียดส่วนตัวของทางด้าน ผู้รักษาประตู

ฝั่งตรงข้ามเข้าไปทำให้กลายเป็นประตูโทน ประตูเดียว ในเกมนี้และพระอาร์เซนอลเข้ารอบต่อไป

ข่าวบอล ถึงเวลาของ มาร์กซิยาล

ถึงเวลาของ มาร์กซิยาล กลับมาเรียกเรตติ้ง

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล คือสมบัติอันล้ำค่าที่หลงเหลือมาในยุคของหลุยส์ ฟาน กัล กุนซือชาวดัตช์ ถึงเวลาของ มาร์กซิยาล

ที่ซื้อดาวรุ่งรายนี้จากโมนาโกมาร่วมทีม ในวันสุดท้ายของตลาดการซื้อขายนักเตะช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2015

ด้วยมูลค่ารวมที่อาจสูงถึง 57 ล้านปอนด์ ซึ่งในยุคของ “อาจารย์หลุยส์” มาร์กซิยาลทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

และแจ้งเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับมาร์คัส แรชฟอร์ด เจ้าหนูดาวรุ่งที่เป็นเด็กปั้นของสโมสรในฤดูกาลนั้น

แต่หลังจากการเข้ามาของโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุเกส ที่เข้ามาคุมทีมในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ต่อจากหลุยส์ ฟาน กัล

ที่ดูเหมือนว่ามาร์กซิยาลจะเริ่มต้นกับกุนซือคนใหม่ไม่ค่อยสวยนัก เมื่อมูรินโญ่ตัดสินใจเอาหมายเลข 9

ที่เขาเคยสวมใส่เมื่อฤดูกาลก่อน ไปให้กับซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าตัวเก๋าที่หมดสัญญาจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมงมาพอดี

แถมชีวิตนอกสนามของเขาก็มีปัญหาอีก เมื่อเขาได้หย่ากับภรรยาคนก่อนที่ได้มีลูกด้วยกัน และได้มีแฟนใหม่หลังจากนั้นไม่นาน

ทำให้ผลงานในสนามตกลงไปอย่างน่าใจหาย จนหลุดจากการเป็นตัวจริงในยุคของโชเซ่ มูรินโญ่อย่างสมบูรณ์แบบ

ถึงเวลาของ มาร์กซิยาล

ถึงเวลาของ มาร์กซิยาล

แต่ช่วงก่อนเริ่มฤดูกาลนี้ เมื่อชีวิตของเขากลับมาเข้าที่อีกครั้ง และกลับมามีสมาธิกับการค้าแข้งอีกครั้ง

ทำให้เขากลับมาตั้งหน้าตั้งตาซ้อมอย่างหนัก และขมักเขม้น จนกุนซือจอมเฮียบอย่าง มูรินโญ่ ถึงกับต้องออกมาชมอยู่บ่อยครั้ง

จากการให้สัมภาษณ์ในโอกาสต่างๆ และมาร์กซิยาลเริ่มมีผลงานเด่นในช่วงพรีซีซั่น เมื่อเลี้ยงแหวกแผงหลังของเรอัล มาดริด

ก่อนไหลใส่พานให้ เจสซี่ ลินการ์ด ยิงไม่เหลือ ทำให้กองหน้าดาวรุ่ง ชาวฝรั่งเศส เริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น และช่วงเริ่มต้นฤดูกาล

ถึงแม้ว่าเขาจะตกเป็นตัวสำรองของ มาร์คัส แรชฟอร์ดในตำแหน่งปีกซ้ายของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ตาม แต่เมื่อมีโอกาสลงสนาม

ถึงแม้จะมีเวลาไม่มาก แต่เขากลับฉายแสงทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ทั้งในนัดกับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด สวอนซี ซิตี้ รวมถึงเอฟเวอร์ตันด้วย

จนถึงตอนนี้ ผลงานเริ่มเป็นที่เด่นชัดแล้วว่าอ็องโตนี่ มาร์กซิยาล โชว์ผลงานได้อย่างโดดเด่นกว่ามาร์คัส แรชฟอร์ดพอสมควร

และเหมาะอย่างยิ่งที่จะได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงมากกว่านี้ ถึงแม้ดูเหมือนว่าโชเซ่ มูรินโญ่

จะจัดสรรให้แรชฟอร์ดลงเป็นตัวจริงในเกมลีก และให้มาร์กซิยาลเป็นตัวจริงในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

แต่ด้วยฟอร์มตอนนี้ แฟน “ปีศาจแดง” คงหวังที่จะเห็นอ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ลงตัวจริงมากกว่าอย่างแน่นอน

ยูฟ่า เชลซี ของจริง

เชลซี ของจริง 2 เกม 6 แต้มสนามรบยูฟ่า

ฟอร์มอันสุดยอดของเชลซีอันโตนิโอ คอนเต้ เชลซี ของจริง ทำให้พวกเขาเก็บ 6 คะแนนเต็ม จากการลงสนามในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

2 นัดที่ผ่านมา ซึ่งนัดล่าสุดที่เป็นผลงานมาสเตอร์ พีช ของทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” ในฤดูกาลนี้

คือการบุกไปเก็บชัยชนะเหนือแอตเลติโก มาดริด ทีมแกร่งถึงเมืองหลวงของสเปน 2-1

ซึ่งเป็นการปราชัยครั้งแรกหลังจากการใช้สนามใหม่อย่างวานด้า เมโทรโปลิตาโน่อีกด้วย หลังจากเปิดใช้งานมาเพียง 3 นัดเท่านั้น

ทีม “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ในยุคของดิเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือขาโหดชาวอาร์เจนไตน์ ขึ้นชื่อว่าเป็นทีมที่เล่นได้เขี้ยว

และเหนียวแน่นที่สุดทีมหนึ่งในยุโรป แต่เกมนี้พวกเขาต้องมาเสียท่าให้กับเชลซีถึง 2 ประตู ทั้งๆ ที่ทีมของเขาออกนำคู่แข่งก่อนด้วยซ้ำ

โดยช่วงต้นเกมเป็นทางเชลซีที่เปิดเกมรุกเข้าใส่ได้ตลอด และมีโอกาสหลายครั้งจากอัลบาโร่ โมราต้า ที่กำลังฟอร์มแรง

เชลซี ของจริง รายการใหญ่ไม่มีพลาด

เชลซี ของจริง

แต่ก็ยิงทิ้งยิงขว้างไปหมด รวมถึงการยิงไกลของเอแดน อาซาร์ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเบลเยี่ยมที่กลับมาฟิตเต็มถังได้ทันเวลาพอ

ยิงเต็มข้อบอลแฉลบกองหลังของเจ้าถิ่น ก่อนที่บอลจะพุ่งชนเสาเข้าอย่างจัง ทำให้แอตเลติโก มาดริด รอดมาได้

และก่อนหมดครึ่งแรก 5 นาที เจ้าถิ่นมาได้จุดโทษจากจังหวะที่ ดาวิด ลุยซ์ ที่ยังไม่ทิ้งลายการเล่นสกปรก

เมื่อไปดึงลูคัส เฟร์นานเดสล้มในกรอบเขตโทษ ทำให้เจ้าบ้านได้จุดโทษ และเป็นอองตวน กรีซมันน์

กองหน้าดาวยิงประจำทีมยิงเข้าไปกลางประตู ปล่อยให้ ธิบอต์ กูตัวร์ นายทวารทีมเยือนพุ่งไปผิดทาง

ครึ่งหลังเริ่มมาก้เป็นทีมเยือนจากอังกฤษที่บุกเข้าใส่ตลอด และมาได้ประตูตีเสมอจากเอแดน อาซาร์ ที่วันนี้เล่นได้ท็อปฟอร์มสุดๆ

เปิดบอลเข้ากลาง และเป็นอัลบาโร่ โมราต้า วิ่งโฉบเข้ามาโหม่งบอลเปลี่ยนทิศผ่านมือแยน โอบลัค ให้สกอร์เป็น 1-1

หลังจากนั้นเกมเริ่มเปิดอีกครั้ง และมีโอกาสที่จะเป็นผู้ชนะทั้งสองทีม แต่แล้วลูกทีมของอันโตนิโอ คอนเต้

ที่เขี้ยวกว่าในเกมนี้มาได้ประตูชัยในนาทีสุดท้ายของการทดเวลาบาดเจ็บจากมิตชี่ มาตซูอาญี่ กองหน้าตัวสำรอง

ทำให้ทีมเยือนเก็บชัยชนะกลับกรุงลอนดอน พร้อมโอกาสการเข้ารอบที่สูงลิ่ว ซึ่งเป็นนัดที่ทลายกำแพงเกมรับของเจ้าถิ่นอย่างย่อยยับ

เพราะประตูที่โดนแซงนำนั้น เชลซี ทำชิ่งเข้าเขตโทษ ทั้งๆ ที่เจ้าถิ่นยืนออกันเต็มปากประตู แต่ทุกคนกลับยืนนิ่งกันหมด

ข่าวยูฟ่า เสือใต้ สู้ไม่ได้

เสือใต้ สู้ไม่ได้ หมดสภาพ

จากเกมบิ๊กแมตช์ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เสือใต้ สู้ไม่ได้  ที่ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

ทีมที่สร้างความฮือฮาในตลาดซื้อขายนักเตะในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เปิดสนามปาร์ค เดอส์ แปรงส์ ไล่ต้อน บาเยิร์น มิวนิค

ไปอย่างง่ายดายเกินคาด 3-0 ซึ่งเป็นนัดที่ถือเป็นบทพิสูจน์ฝีมือของอูไน อเมรี่ กุนซือชาวสเปนของเจ้าถิ่นอย่างแท้จริง

ว่าจะมีฝีมือพอจะคุมทีมเมืองหลวงของฝรั่งเศสทีมนี้ประสบความสำเร็จในฟุตบอลรายการนี้ได้หรือไม่ ตามเป้าที่ นาสเซอร์ อัล เคไลฟี่

ประธานสโมสรตั้งเอาไว้หลังจากลงทุนกับนักเตะใหม่ที่ดึงเข้ามาในฤดูกาลนี้กว่า 400 ล้านยูโร

โดยเจ้าถิ่นมาได้ประตูนำอย่างรวดเร็วตั้งแต่นาทีที่ 2 จากจังหวะที่เนย์มาร์ กองหน้าสตาร์ดังของทีมลากตัดเข้ากลาง

และไหลบอลไปทางขวาให้ดานี่ อัลเวส ดาวเตะรุ่นพี่ใน ทีมชาติบราซิล บรรจงซัดบอลผ่านตัวสเวน อูลไรช์ นายทวารสำรองของทีมเยือนเข้าไป

ให้เจ้าถิ่นนำ 1-0 หลังจากนั้นบาเยิร์น มิวนิค เริ่มตั้งตัวได้บ้าง และบุกใส่เจ้าถิ่นได้อยู่ระยะหนึ่ง

แต่ก็ไม่สามารถทำประตูตีเสมอได้ ซึ่งปารีส แซงต์ แชร์กแมง ก็เปลี่ยนมาใช้จังหวะสวนกลับเพื่อหวังทำประตูที่ 2

เสือใต้ สู้ไม่ได้

เสือใต้ สู้ไม่ได้

โดยมี คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ดาวรุ่งค่าตัวแพงคอยปั่นป่วนแผงหลังทีม “เสือใต้” อยู่ตลอด โดยเฉพาะดาวิด อลาบา แบ็คซ้ายของทีมเยือน

ที่โดนดาวรุ่งทีมชาติฝรั่งเศส พาทัวร์จนแทบเสียราคา และ “เปแอสเช” ก็มาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่เอ็มบัปเป้

ได้โอกาสครองบอลในกรอบเขตโทษ ก่อนพลิกบอลกลับ และไหลใส่พานให้เอดิสัน กาวานี่ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัยวิ่งเข้ามา

เปิดหน้าเท้าแปบอลผ่านมือนายด่านทีมเยือนเข้าประตูไป และเจ้าถิ่นรักษาสกอร์ไว้ได้ยันจบครึ่งแรกเริ่มครึ่งหลังมารูปเกมก็คล้ายกับครึ่งเวลาแรก

ที่ทีมเยือนพยายามบุกเข้าใส่เพื่อหวังประตูตีไข่แตกเพื่อกลับเข้าสู่เกม แต่โอกาสของโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ฆาบี มาร์ติเนซ

หรือแม้แต่โธมัส มุลเลอร์ ก็ไม่สามารถยิงผ่านมืออัลโฟนเซ่ อเรโอล่า นายทวารเจ้าถิ่นไปได้ หนำซ้ำยังมาถูกเจ้าถิ่นยิงประตูปิดกล่องเป็น 3-0 ได้อีกด้วย

จากจังหวะเลื้อยเข้าเขตโทษของเอ็มบัปเป้ หลบทั้งดาวิด อลาบา และมัตต์ ฮุมเมลส์ ก่อนจะตวัดเข้ากลาง

และเป็นเนย์มาร์ที่ตามเข้ามาชาร์จเข้าประตูไป โดยรูปเกมโดยรวมจากสถิติแล้วเหมือนว่าทีมเยือนจะดูดีกว่า

แต่จากความจริงแล้วเรียกได้ว่าลูกทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ สู้ไม่ได้ทุกระบวนท่าเลยก็ว่าได้

ข่าวยูฟ่า หงส์แดงเป็นแกะดำ

หงส์แดงเป็นแกะดำ ไม่ชนะในยูฟ่า

ทีมจากพรีเมียร์ลีกของประเทศอังกฤษ ได้มีโอกาสเข้าเล่นในรอบแบ่งกลุ่มของฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หงส์แดงเป็นแกะดำ

ในฤดูกาลนี้ถึง 5 ทีม ซึ่งมากที่สุดในบรรดาลีกของยุโรป โดยมาจากโควต้าอันดับ 1-4 ในตารางของลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

บวกกับโควต้า แชมป์ยูโรป้า ลีก ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคว้าแชมป์มาได้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว

ทำให้ปีนี้มีสโมสรเข้าร่วมรายการมากกว่าทุกปี ซึ่งถือว่าเป็นรายการที่ทีมจากอังกฤษไม่ได้ประสบความสำเร็จมา 5 ปีแล้ว

ซึ่งทีมสุดท้ายที่สามารถคว้าแชมป์รายการนี้ได้คือเชลซีเมื่อฤดูกาล 2012

ฤดูกาลนี้ทีมจากอังกฤษเริ่มต้นได้อย่างสุดยอดแทบทั้งสิ้น เมื่อทั้ง 4 จาก 5 ทีมสามารถเก็บชัยชนะรวดได้ทั้ง 2 นัดที่แข่งไป

ทั้ง เชลซี ที่พึ่งโชว์ผลงานระดับพระกาฬ ด้วยการบุกชนะ แอตเลติโก มาดริด ในนัดล่าสุด ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ที่ชนะ โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์

ในนัดแรก 3-1 ก่อนจะบุกไปชนะทีมรองบ่อนจากไซปรัสอีก 3-0 หรือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่ก็ทำได้ตามเป้า ด้วยการเอาชนะเฟเยนูร์ด ร็อตเธอร์ดัม

และชัคต้าร์ โดเน็ตส์ไปได้ในนัดล่าสุด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เชือดนิ่มมาทั้ง 2 นัด กับเอฟซี บาเซิ่ล และนัดล่าสุดกับซีเอสเคเอ มอสโกว์

หงส์แดงเป็นแกะดำ

หงส์แดงเป็นแกะดำ

ทำให้โอกาสเข้ารอบตัดเชือกของแต่ละทีมดูสดใสทั้งนั้น จะมีก็เพียง ลิเวอร์พูล ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่เป็นแกะดำของทีมจากพรีเมียร์ลีก

โดยเก็บได้แค่ 2 คะแนนเท่านั้นจาก 2 นัดที่ผ่านมา หลังจากนัดแรกที่พลาดท่าถูก เซบีย่า ทีมจากสเปน ตามตีเสมอในช่วงท้าย

และล่าสุดที่ทำได้แค่เสมอกับ สปาร์ตัค มอสโกว์ ทีมจากเมืองหลวงของรัสเซียไป 1-1 ทั้งๆ ที่แทบจะพับสนามบุกอยู่ตลอดทั้งเกม แต่ไม่สามารถควานหาประตูชัยได้

ไม่มีใครบอกว่าใน 2 นัดที่ผ่านมาลิเวอร์พูลเล่นได้ไม่ดี ซึ่งทุกคนต่างเห็นตรงกันว่าลูกทีมของกุนซือชาวเยอรมัน ทำผลงานได้ดีทีเดียว

โดยใช้จุดเด่นในเกมรุกโจมตีใส่คู่ต่อสู้ตลอด 90 นาที แต่ผลการแข่งขันที่ออกมากลับตรงกันข้ามกับรูปเกม

แต่ติดตรงที่ความละเอียดเท่านั้นทที่ลิเวอร์พูลไม่มีเหมือนทีมร่วมลีกทีมอื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีม “หงส์แดง” ยังแก้ไม่ตกมาจากเกมในลีก

ที่ยังมีปัญหาเรื่องความละเอียดในการเล่นเกมรับ หรือการจบสกอร์ในเกมรุก แต่เวลาเล่นในพรีเมียร์ลีก

คุณภาพของบางทีมไม่เหมือนกับทีมที่เล่นใน ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จึงรอดมาได้บ้าง แต่ในศึกถ้วยบิ๊ก เอียร์นี้ เป็นบทเรียนของทีมแล้วว่าพวกเขาพลาดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว

ข่าวฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจองานง่ายที่มอสโกว์

ถือว่าเป็นผลการแข่งขันที่ค่อนข้างประหลาดใจของเหล่าสาวก “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ที่บุกเอาชนะซีเอสเคเอ มอสโกว์ ทีมแกร่งจากรัสเซียไปได้อย่างสบายเท้า 4-1 ซึ่งก่อนเกมทั้ง โชเซ่ มูรินโญ่

และบรรดาแฟนบอล รวมถึงนักวิเคราะห์วิจารณ์ต่างมองว่าเกมนี้ของยักษ์ใหญ่จากอังกฤษไม่ง่ายแน่นอน

เมื่อพวกเขาขาดกำลังหลักหลายรายที่ไม่ได้เดินทางไปดินแดนหมีขาวด้วย ทั้ง ปอล ป็อกบา ที่บาดเจ็บมาระยะหนึ่งแล้ว

อันโตนิโอ วาเลนเซีย คาดว่าจะได้พักส่วน ฟิล โจนส์ , มารูยาน เฟลไลนี่ รวมถึง ไมเคิ่ล คาร์ริค

ต่างมีอาการบาดเจ็บด้วยกันทั้งสิ้น ทำให้ โชเซ่ มูรินโญ่ มีผู้เล่นในการจัดทัพลงสนามไม่มากนัก

จนถึงต้องดึงเอา อั๊กเซล ทวนเซเบ้ กับ สก็อตต์ แม็คโทมิเน่ย์ 2 ดาวรุ่งของทีมขยับขึ้นมาเป็นตัวสำรอง

กุนซือชาวโปรตุกีส ทำการเปลี่ยนแผนการเล่นมาใช้ระบบ 3-5-2 เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์

และรับมือกับคู่แข่งที่ ซีเอสเคเอ มอสโกว์ ที่ใช้ระบบ 3-5-2 เช่นกัน โดยมีเอริค ไบญี่ คริส สมอลลิ่ง

และ วิคเตอร์ ลินเดลอฟ เป็น 3 ปราการหลัง และมีแอชลี่ย์ ยัง กับดาลี่ย์ บลินด์ เป็นวิงแบ็ค 2 ข้าง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ปอล ป็อกบา

แดนกลางมี อันเดร์ เอร์เรร่า กับ เนมานย่า มาติช คอยตัดเกม และมี เฮนริค มคิทาร์ยาน เป็นหน้าตัว คู่กองหน้าใช้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

ประสานงานกับ โรเมลู ลูกากู ซึ่งเริ่มต้นเกมมาทีมเยือนมาได้โอกาสฉาบฉวยจากการเปิดของ มาร์กซิยาล

ไปให้ ลูกากู โขกเสียบมุมหนีมือ อิกอร์ อคินเฟเยฟ นายด่านจอมหนึบของเจ้าถิ่นเข้าไป หลังจากออกนำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ก็เล่นด้วยความมั่นใจ และครองเกมได้อย่างเบ็ดเสร็จ จนมาได้ประตูที่ 2 จากจังหวะจุดโทษที่ เฮนริค มคิทาร์ยาน

โดนผู้เล่นมอสโกว์เข้ามากวาดขวางทางไว้ และเป็น อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กองหน้าดาวรุ่งชาวฝรั่งเศส

วิ่งเข้ามาแปส่งบอลเข้าประตูไปอย่างเลือดเย็น หลังจากนั้นสกอร์ก็ไหลเพิ่มเป็น 3-0

เมื่อกองหลังเจ้าถิ่นสกัดลูกเปิดของ อองโตนี่ มาร์กซิยาล พลาด ทำให้บอลเลยมาถึง ลูกากู ที่วิ่งมาตามทางแตะบอลเข้าประตูไปอย่างง่ายดาย

และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ ครึ่งหลังมาทีมเยือนผ่อนเกมลง แต่ก็ยังมาได้ประตูเพิ่มจาก เฮนริค มคิทาร์ยาน อีกลูก

และท้ายเกมเจ้าถิ่นก็มาได้ประตูปลอบใจจาก คอนสแตนติน คูชาเยฟ กองหน้าตัวสำรอง

ซึ่งเป็นผลการแข่งขันที่ค่อนข้างน่าแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง

แต่ต้องชมด้วยว่าลูกทีมของ มูรินโญ่ โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมมากในนัดนี้

โมราต้า

โมราต้า แสดงอิทธิฤทธิ์ เล่นเข้าระบบเชลซี

เกจิในวงการฟุตบอลของแขนงต่างๆ โมราต้า แสดงอิทธิฤทธิ์ ทั้งในอังกฤษ หรือจากสเปน ต่างก็วิเคราะห์กันว่าการย้ายทีมของอัลบาโร่ โมราต้า กองหน้าทีมชาติสเปนวัย 24 ปี

จากเรอัล มาดริด มาสู่ถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์ ของเชลซีในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา จะต้องทำให้โมราต้าต้องเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในการปรับตัวการใช้ชีวิตในอังกฤษ

และวิธีการเล่นในพรีเมียร์ลีกอย่างแน่อน แต่ผ่านมาเพียงไม่ถึง 2 เดือนเท่านั้น เหมือนกับว่าอดีตดาวเตะ “ราชันย์ชุดขาว”

รายนี้จะปรับตัวกับการเล่นในพรีเมียร์ลีกได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะยังเก็บบอลในแดนหน้าให้กับทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” มากนักก็ตาม

แต่การยิงประตูนั้น ถือว่าออกตัวได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียว รวมถึงลูกกลางอากาศที่เขาโหม่งทำประตูได้บ่อยครั้งโดยเขาทำได้ถึง 6 ประตูทีเดียว

จากการลงสนาม 6 นัดเท่านั้น โดยเฉพาะนัดล่าสุดที่ทำแฮตทริคใส่ สโต๊ค ซิตี้ ได้อีกด้วย ทำให้บรรดาแฟนฟุตบอลของเชลซีแทบจะลืมชื่อดิเอโก้ คอสต้า

กองหน้าทีมชาติสเปนที่เป็นดาวซัลโวประจำทีมในฤดูกาลที่แล้วไปได้เลย ซึ่งล่าสุดคอสต้าก็ได้ตกลงย้ายกลับไปทีมเก่ากับแอตเลติโก มาดริดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ด้วยราคากว่า 50 ล้านปอนด์เลยทีเดียว ซึ่งใกล้เคียงกับราคาที่เชลซียอมจ่ายให้กับเรอัล มาดริด ในการคว้าตัวโมราค้ามาร่วมทีม แต่อายุการใช้งานของโมราต้ายังอีกยาวไกล

ด้วยวัยเพียง 24 ปีเท่านั้น แต่คอสต้าปาไป 28 ปีแล้ว ถือเป็นการทำธุรกิจที่ยอดเยี่ยมทีเดียวในการหาตัวแทนของดิเอโก้ คอสต้า

โมราต้า แสดงอิทธิฤทธิ์

โมราต้า แสดงอิทธิฤทธิ์

สิ่งที่โมราต้าตัดสินใจย้ายออกจากถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวมายังอังกฤษก็คือต้องการออกสตาร์ตเป็นตัวจริงมากกว่าการเป็นตัวสำรองที่สเปน

เพื่อต้องการโชว์ผลงาน และพิสูจน์ตัวเองหวังจะเป็นกองหน้าตัวจริงของทีมาติสเปนในศึกฟุตบอลโลกที่รัสเซียในกลางปีหน้า ซึ่งอันโตนิโอ คอนเต้

ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เมื่อ 6 นัดที่ผ่านมา อัลบาโร่ โมราต้า ได้ลงตัวจริงไป 5 นัดด้วยกัน โดยเฉพาะในนัดล่าสุดที่บุกไปถล่มสโต๊ค ซิตี้ถึง 4-0

โดยโมราต้าสามารถทำแฮตทริค ได้อีกด้วย โดยเฉพาะลูกสุดท้ายในช่วงท้ายเกม ที่โชว์ความสามารถของเขาอย่างเต็มที่ ด้วยการโซโล่เดี่ยว

หลบกองหลังเจ้าถิ่น 2 คน ก่อนไปยิงผ่านมือแจ็ค บัตแลนด์ นายทวารทีมชาติอังกฤษ อย่างเหนือชั้น ทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกร่วมกับเซร์คิโอ อเกวโร่

จาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และโรเมลู ลูกากู จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทันที และหากเขายังฟอร์มดีแบบนี้อย่างต่อเนื่อง น่าจะได้เบียดลุ้นตำแหน่งดาวซัลโวกันอย่างสนุกทีเดียวในฤดูกาลนี้