ยูฟ่า เชลซี ของจริง

เชลซี ของจริง 2 เกม 6 แต้มสนามรบยูฟ่า

ฟอร์มอันสุดยอดของเชลซีอันโตนิโอ คอนเต้ เชลซี ของจริง ทำให้พวกเขาเก็บ 6 คะแนนเต็ม จากการลงสนามในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

2 นัดที่ผ่านมา ซึ่งนัดล่าสุดที่เป็นผลงานมาสเตอร์ พีช ของทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” ในฤดูกาลนี้

คือการบุกไปเก็บชัยชนะเหนือแอตเลติโก มาดริด ทีมแกร่งถึงเมืองหลวงของสเปน 2-1

ซึ่งเป็นการปราชัยครั้งแรกหลังจากการใช้สนามใหม่อย่างวานด้า เมโทรโปลิตาโน่อีกด้วย หลังจากเปิดใช้งานมาเพียง 3 นัดเท่านั้น

ทีม “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ในยุคของดิเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือขาโหดชาวอาร์เจนไตน์ ขึ้นชื่อว่าเป็นทีมที่เล่นได้เขี้ยว

และเหนียวแน่นที่สุดทีมหนึ่งในยุโรป แต่เกมนี้พวกเขาต้องมาเสียท่าให้กับเชลซีถึง 2 ประตู ทั้งๆ ที่ทีมของเขาออกนำคู่แข่งก่อนด้วยซ้ำ

โดยช่วงต้นเกมเป็นทางเชลซีที่เปิดเกมรุกเข้าใส่ได้ตลอด และมีโอกาสหลายครั้งจากอัลบาโร่ โมราต้า ที่กำลังฟอร์มแรง

เชลซี ของจริง รายการใหญ่ไม่มีพลาด

เชลซี ของจริง

แต่ก็ยิงทิ้งยิงขว้างไปหมด รวมถึงการยิงไกลของเอแดน อาซาร์ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเบลเยี่ยมที่กลับมาฟิตเต็มถังได้ทันเวลาพอ

ยิงเต็มข้อบอลแฉลบกองหลังของเจ้าถิ่น ก่อนที่บอลจะพุ่งชนเสาเข้าอย่างจัง ทำให้แอตเลติโก มาดริด รอดมาได้

และก่อนหมดครึ่งแรก 5 นาที เจ้าถิ่นมาได้จุดโทษจากจังหวะที่ ดาวิด ลุยซ์ ที่ยังไม่ทิ้งลายการเล่นสกปรก

เมื่อไปดึงลูคัส เฟร์นานเดสล้มในกรอบเขตโทษ ทำให้เจ้าบ้านได้จุดโทษ และเป็นอองตวน กรีซมันน์

กองหน้าดาวยิงประจำทีมยิงเข้าไปกลางประตู ปล่อยให้ ธิบอต์ กูตัวร์ นายทวารทีมเยือนพุ่งไปผิดทาง

ครึ่งหลังเริ่มมาก้เป็นทีมเยือนจากอังกฤษที่บุกเข้าใส่ตลอด และมาได้ประตูตีเสมอจากเอแดน อาซาร์ ที่วันนี้เล่นได้ท็อปฟอร์มสุดๆ

เปิดบอลเข้ากลาง และเป็นอัลบาโร่ โมราต้า วิ่งโฉบเข้ามาโหม่งบอลเปลี่ยนทิศผ่านมือแยน โอบลัค ให้สกอร์เป็น 1-1

หลังจากนั้นเกมเริ่มเปิดอีกครั้ง และมีโอกาสที่จะเป็นผู้ชนะทั้งสองทีม แต่แล้วลูกทีมของอันโตนิโอ คอนเต้

ที่เขี้ยวกว่าในเกมนี้มาได้ประตูชัยในนาทีสุดท้ายของการทดเวลาบาดเจ็บจากมิตชี่ มาตซูอาญี่ กองหน้าตัวสำรอง

ทำให้ทีมเยือนเก็บชัยชนะกลับกรุงลอนดอน พร้อมโอกาสการเข้ารอบที่สูงลิ่ว ซึ่งเป็นนัดที่ทลายกำแพงเกมรับของเจ้าถิ่นอย่างย่อยยับ

เพราะประตูที่โดนแซงนำนั้น เชลซี ทำชิ่งเข้าเขตโทษ ทั้งๆ ที่เจ้าถิ่นยืนออกันเต็มปากประตู แต่ทุกคนกลับยืนนิ่งกันหมด

ข่าวยูฟ่า เสือใต้ สู้ไม่ได้

เสือใต้ สู้ไม่ได้ หมดสภาพ

จากเกมบิ๊กแมตช์ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เสือใต้ สู้ไม่ได้  ที่ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

ทีมที่สร้างความฮือฮาในตลาดซื้อขายนักเตะในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เปิดสนามปาร์ค เดอส์ แปรงส์ ไล่ต้อน บาเยิร์น มิวนิค

ไปอย่างง่ายดายเกินคาด 3-0 ซึ่งเป็นนัดที่ถือเป็นบทพิสูจน์ฝีมือของอูไน อเมรี่ กุนซือชาวสเปนของเจ้าถิ่นอย่างแท้จริง

ว่าจะมีฝีมือพอจะคุมทีมเมืองหลวงของฝรั่งเศสทีมนี้ประสบความสำเร็จในฟุตบอลรายการนี้ได้หรือไม่ ตามเป้าที่ นาสเซอร์ อัล เคไลฟี่

ประธานสโมสรตั้งเอาไว้หลังจากลงทุนกับนักเตะใหม่ที่ดึงเข้ามาในฤดูกาลนี้กว่า 400 ล้านยูโร

โดยเจ้าถิ่นมาได้ประตูนำอย่างรวดเร็วตั้งแต่นาทีที่ 2 จากจังหวะที่เนย์มาร์ กองหน้าสตาร์ดังของทีมลากตัดเข้ากลาง

และไหลบอลไปทางขวาให้ดานี่ อัลเวส ดาวเตะรุ่นพี่ใน ทีมชาติบราซิล บรรจงซัดบอลผ่านตัวสเวน อูลไรช์ นายทวารสำรองของทีมเยือนเข้าไป

ให้เจ้าถิ่นนำ 1-0 หลังจากนั้นบาเยิร์น มิวนิค เริ่มตั้งตัวได้บ้าง และบุกใส่เจ้าถิ่นได้อยู่ระยะหนึ่ง

แต่ก็ไม่สามารถทำประตูตีเสมอได้ ซึ่งปารีส แซงต์ แชร์กแมง ก็เปลี่ยนมาใช้จังหวะสวนกลับเพื่อหวังทำประตูที่ 2

เสือใต้ สู้ไม่ได้

เสือใต้ สู้ไม่ได้

โดยมี คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ดาวรุ่งค่าตัวแพงคอยปั่นป่วนแผงหลังทีม “เสือใต้” อยู่ตลอด โดยเฉพาะดาวิด อลาบา แบ็คซ้ายของทีมเยือน

ที่โดนดาวรุ่งทีมชาติฝรั่งเศส พาทัวร์จนแทบเสียราคา และ “เปแอสเช” ก็มาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่เอ็มบัปเป้

ได้โอกาสครองบอลในกรอบเขตโทษ ก่อนพลิกบอลกลับ และไหลใส่พานให้เอดิสัน กาวานี่ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัยวิ่งเข้ามา

เปิดหน้าเท้าแปบอลผ่านมือนายด่านทีมเยือนเข้าประตูไป และเจ้าถิ่นรักษาสกอร์ไว้ได้ยันจบครึ่งแรกเริ่มครึ่งหลังมารูปเกมก็คล้ายกับครึ่งเวลาแรก

ที่ทีมเยือนพยายามบุกเข้าใส่เพื่อหวังประตูตีไข่แตกเพื่อกลับเข้าสู่เกม แต่โอกาสของโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ฆาบี มาร์ติเนซ

หรือแม้แต่โธมัส มุลเลอร์ ก็ไม่สามารถยิงผ่านมืออัลโฟนเซ่ อเรโอล่า นายทวารเจ้าถิ่นไปได้ หนำซ้ำยังมาถูกเจ้าถิ่นยิงประตูปิดกล่องเป็น 3-0 ได้อีกด้วย

จากจังหวะเลื้อยเข้าเขตโทษของเอ็มบัปเป้ หลบทั้งดาวิด อลาบา และมัตต์ ฮุมเมลส์ ก่อนจะตวัดเข้ากลาง

และเป็นเนย์มาร์ที่ตามเข้ามาชาร์จเข้าประตูไป โดยรูปเกมโดยรวมจากสถิติแล้วเหมือนว่าทีมเยือนจะดูดีกว่า

แต่จากความจริงแล้วเรียกได้ว่าลูกทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ สู้ไม่ได้ทุกระบวนท่าเลยก็ว่าได้