อเล็กซิส ซานเชซ

อเล็กซิส ซานเชซ หนุน แมนยู ดึงแข้งดังหากอยากได้แชมป์ซีซั่นนี้

อเล็กซิส ซานเชซ หัวหอก แมนยู ออกโรงเร้าให้ต้นสังกัดคว้าตัวนักเตะฟอร์มเก่งหากว่าทีมหวังคว้าแชมป์ซีซั่นนี้ พร้อมเผยทีมต้องมีนักเตะแบบ อาร์ตูโร่ อยู่ในทีม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองหน้าทีมชาติชิลี และสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาเปิดเผยกระตุ้นในต้นสังกัดคว้าตัวนักเตะชื่อดังมาร่วมทีมให้ได้ หลังปิดฤดูกาลซื้อขายนักเตะแล้วทั้งนี้รับว่าหากอยากให้ทีมเป็นแชมป์ลีกต้องมีนักเตะที่เก่งจริงๆเท่านั้น

อีกทั้งยังเห็นด้วยกับความเห็นอดีตกองหลังของทีมอย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์   ที่ออกมาบอกว่า ทีมคู่แข่งในปีนี้ซื้อนักเตะท็อปฟอร์มเสริมแกร่งเพียบ ในช่วงซื้อขายนักเตะที่ผ่านมา ปีศาจแดง แมนยู ได้ซื้อนักเตะไปเพียง 3 รายเท่านั้นคือ เฟร็ด, ดีโอโก้ ดาโลต์ และ ลี แกรนท์ ทั้งนี้ทางสโมสรเล็งซื้อนักเตะไว้ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็น เยร์รี่ มีน่า, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, แฮร์รี่ แม็คไกวร์ และ วิลเลี่ยน ที่สโมสรได้มีการเจรจาไปแล้วแต่ว่านักเตะดังกล่าวปฏิเสธข้อเสนอและย้ายทีมอื่นแทน

ทำให้ทาง กองหน้าคนสำคัญของแมนยู ออกมาเผยว่า ทีมควรมีนักเตะระดับท็อปมากกว่านี้และอยากให้ทีมซื้อนักเตะเหล่านี่มาเสริมแกร่งอีกหากว่า ทีมต้องการคว้าแชมป์ลีกในฤดูกาลนี้ ซึ่งเจ้าตัวเผยว่าต้องเอานักเตะที่มีประสบการณ์สูงมาร่วมทีมอย่าง อาร์ตูโร วิดัล นักเตะระดับเทพที่เพิ่งเซ็นสัญญากับ บาร์เซโลนา เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

อเล็กซิส ซานเชซ

โดยนักเตะทีมชาติชิลีมั่นใจว่าทีมจะมีโอกาสคว้าแชมป์รวมถึงติดท็อปสามของตารางอย่างแน่นอน นอกจากนี้เจ้าตัวยังเห็นด้วยกับความคิดเห็นของ ริโอ เฟอร์ดินานด์  อดีตกองหลังของ ปีศาจแดง ที่ออกมาเผยว่า แมนยู อาจต้องเจอศึกหนักในปีนี้เนื่องจากสโมสรคู่แข่งร่วมลีกอย่าง ลิเวอร์พูล ที่คว้าตัวนักเตะเก่งๆมาเสริมแกร่งรวมถึงยังได้ อลิสซอน ผู้รักษาประตูจอมหนึบอีกด้วย และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมแชมป์ฤดูกาลที่แล้วที่ยังมีนักเตะแกร่งๆในทีมด้วย

แน่นอนว่าสิ่งที่หัวหอก วัย 29 ปีออกมาเผยนั้นเหมือนอยากให้สโมสรให้ความสนใจมากกว่านี้ ซึ่งเจ้าตัวก็ยังหวังให้ทีมติดอันดับต้นของตารางในฤดูกาลนี้ แม้ว่าก่อนหน้านี้มีข่าวว่าทางสโมสรอนุมัติงบจำกัดในการซื้อขายนักเตะเนื่องจากที่ผ่านมาได้ลงทุนซื้อนักเตะจำนวนมากแต่กลับทำผลงานได้ไม่ดีพอ

“ที่ ยูไนเต็ด เราต้องเอานักเตะชื่อดังๆ ที่มีประสบการณ์สูงมาร่วมทีมให้ได้ อาร์ตูโร่ ถือว่าเป็นนักเตะชั้นยอดและเป็นเพื่อนร่วมทีมของผมในทีมชาติชิลี เราควรมีนักเตะแบบเขาอยู่ในทีมถ้าหากอยากคว้าแชมป์” กองหน้าวัย 29 ปีกล่าว

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เตรียมทุ่ม 65 ล้านปอนด์คว้า ริยาด มาห์เรซ อีกครั้ง

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2017-18 อาจเตรียมงบคว้าตัวนักเตะจากเลสเตอร์ ซิตี้อย่าง ริยาด มาห์เรซ มาร่วมทีมในซัมเมอร์นี้หลังจากชวดตัวนักเตะมาแล้ว

จากการรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เรือใบสีฟ้า ทีมใหญ่แชมป์พรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาล 2017-18 ตกเป็นข่าวในการสนใจตัวนักเตะจากเลสเตอร์ ซิตี้

ริยาด มาห์เรซ มาให้ได้ซึ่งแว่วว่าทางต้นสังกัดนักเตะเตรียมตั้งค่าตัวราว 65 ล้านปอนด์ ล้มโต๊ะ ในช่วงซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ ทั้งนี้ทางแมนซิตี้เองก็พยายามอย่างมากที่

จะคว้าตัวนักเตะทีมชาติแอลจีเรียมาให้ได้ หลังจากโดนปฏิเสธจากเลสเตอร์มาแล้วถึง 2 ครั้งในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเมื่อเดือนมกราคม 2018 ที่ผ่านมาซึ่งต้นสังกัดนัก

เตะปฏิเสธข้อเสนอสุดท้ายที่ตั้งค่าตัวไว้ที่ 60 ล้านปอนด์ ทั้งนี้จากข่าวดังกล่าวทำให้นักเตะจากแอลจีเรียไม่พอใจอย่างมากและไม่ร่วมลงซ้อมกับทีมเป็นเวลาถึง 1

สัปดาห์ ก่อนที่เขาจะกลับมาลงเล่นให้เลสเตอร์อีกครั้งจากข้อเสนอของต้นสังกัดที่ว่าจะอนุญาตให้เขาย้ายทีมได้ตามใจในช่วงซัมเมอร์ 2018 นี้แน่นอนซึ่ง

มันก็ถือว่าเป็นความหวังอีกครั้งของเรือใบสีฟ้าที่จะคว้าตัวปีกตัวเก่งผู้นี้มาให้ได้ ล่าสุดมีข่าวว่าทาง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือใหญ่แห่งเรือใบสีฟ้าก็พยายามอีกครั้งที่จะดึง

ตัว มาห์เรซ มาร่วมทีมให้ได้ในฤดูกาล 2018-19 นี้อีกทั้งเผยว่าสโมสรพร้อมทุ่มเงินถึง 65 ล้านปอนด์ซื้อตัวเขา แต่ว่าทางต้นสังกัดนักเตะนั้นอาจตั้งค่าตัวเขาสูงกว่านี้ซึ่งมี

รายงานทาง เดอะฟ็อกซ์ ว่าเลสเตอร์ ตั้งค่าตัวสูงถึง 85 ล้านปอนด์ ซึ่งทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการเจรจาระหว่างเลสเตอร์และแมนซิตี้ด้วย ซึ่งเรือใบสีฟ้าเองก็มีโอกาสสูงมากที่จะ

คว้าตัว มาห์เรซ อีกทั้งทางนักเตะเองก็ดูจะมีใจย้ายมาร่วมทีมด้วย

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ริยาด มาห์เรซ เป็นนักเตะจากทีมชาติแอลจีเรียปัจจุบันลงเล่นในสโมสรฟุตบอลอาชีพให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรของพรีเมียร์ลีก อังกฤษในตำแหน่งปีกซึ่งลงเล่นไปแล้ว

รวม 126 นัดทำประตูไป 30 ประตู ปัจจุบันยังคงเหลือสัญญากับเลสเตอร์ซิตี้ ทั้งนี้เขาก็เคยมีข่าวในการย้ายทีมจากสโมสรต่างๆ โดยเฉพาะกับอาร์เซน่อลใน

ฤดูกาล 2016-17 เช่นเดียวกับนักเตะเพื่อนร่วมทีมอย่าง เจมี วาร์ดี แต่สุดท้ายเขาและวาร์ดีก็ตัดสินใจอยู่ต่อจนกระทั่งฤดูกาล 2017-18 ซึ่งเขาก็ดูเหมือนตัดใจสินย้ายทีม

และทางเรือใบสีฟ้าเองก็ดูเหมือนจะสนใจซึ่งได้มีการเจรจากับสโมสรมาแล้วในช่วงเดือนมกราคม 2018 แต่ว่าทางเลสเตอร์ ซิตี้ไม่รับข้อเสนอจากเรือใบปล่อยตัว ซึ่งต้น

สังกัดนักเตะเองก็ตัดสินใจปล่อยตัวนักเตะในซัมเมอร์ 2018 นี้

ข่าวตามติดพรีเมียร์ลีก 2017

ตามติดพรีเมียร์ลีก 2017 /18 2 ทีมแมนเชสเตอร์จ่าฝูงร่วม

เกาะติดสถานการณ์ ตามติดพรีเมียร์ลีก 2017 /18 เล่นลีกที่แฟนบอลชาวไทยนั้นให้ความสนใจมากที่สุดตอนนี้แข่งขันกันไปแล้ว 5 เกมด้วยกัน

โดยอันดับที่ 1 นั้นเป็น 2 ทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ โดยทางฝั่งของเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้แข่ง 5 นัดชนะ 4 เสมอ 1 ยิง 16 ประตูเสีย 2 มี 13 คะแนน

เช่นเดียวกับทางด้านของ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีสิทธิเช่นเดียวกันกับแมน ซิตี้ โดยในเกมแรก แมน ซิตี้

เอาชนะทีมน้องใหม่อย่างไรท่านไปได้ 0 ประตูต่อ 2 ก่อนที่จะมาเสมอเอฟเวอร์ตัน 1 ประตูต่อ 1 และเก็บชัยชนะ 3 เกมรวด

โดยเกมล่าสุดถล่มวัดปลอดภัยถึง 0 ประตูต่อ 6 เรียกความมั่นใจให้กับนักเตะในทีมได้ดีทีเดียว

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รั้งจ่าฝูงร่วมด้วยผลงาน 3 เกมแรกเก็บชัยชนะได้ 3 นัดติดต่อกันโดยเกมแรกถล่มเวสต์แฮม 4 ประตูต่อ 0

บุกเอาชนะสวอนซี 0 ประตูต่อ 4 เปิดบ้านเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ไป 2 ประตูต่อ 0 แต่เกมที่ 4 เป็นเกมอาถรรพ์ของ โจเซ่ มูรินโญ่

ที่เขามักจะจบลงด้วยไม่เสมอก็แพ้และเกมนั้นออกไปเยือนสโต๊คซิตี้ทำได้เพียงแค่เสมอ 2 ประตูต่อ 2 งวด 3 คะแนนที่สำคัญ

ในการรั้งจ่าฝูงแต่เกมที่ 5 เขากลับมาเล่นที่โอลด์แทรฟฟอร์ดพบกับทีมจากเมอร์ซี่ไซด์ท๊อฟฟี่เอฟเวอร์ตันเป็นการกลับมาที่บ้านเก่าของ เวย์น รูนี่ย์

และโรเมลูลูกากูจะได้พบกับทีมเก่าของเค้าหลังจากที่ย้ายออกมาเมื่อฤดูกาลที่แล้วสุดท้ายจบ 90 นาทีลงเอยด้วยการที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เค้นฟอร์มท้ายเกมยิง 3 ประตูรวดบวกกับ 1 รูปจากเกมครึ่งแรกทำให้ปีศาจแดงได้ 3 คะแนนจากการถล่มเอฟเวอร์ตัน 4 ประตูต่อ 0 และ romelu lukaku สามารถยิงประตูทีมเก่าได้

ตามติดพรีเมียร์ลีก 2017

ตามติดพรีเมียร์ลีก 2017

ดาวซัลโวในตอนนี้หลังจากที่แข่งไปแล้ว 5 เกมก็เป็นดาวซัลโวร่วมกันจากเมืองแมนเชสเตอร์เหมือนกันโดยเป็น romelu lukaku  จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ยิงไปแล้ว 5 ประตูเช่นเดียวกับเซอร์คิโอ กุน อาเกวโลจาก manchester city ตอนนี้อันดับเท่ากันจำนวนการยิงประตูเท่ากันเสียประตูเท่ากันและดาวซัลโว

ก็ยิงประตูเท่ากันเป็นฟอร์มที่ร้อนแรงของทั้งสองทีมและเหมาะแก่การที่จะมาเจอกันในตอนนี้น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ถูกที่ควรที่สุดที่ 2 ทีม

จากเมืองแมนเชสเตอร์นั้นจะต้องมาตัดสินกันสักทีว่าในเกมแรกนั้นใครจะสามารถเก็บชัยชนะไปครองได้สำเร็จ ตายในเกมนัดต่อไปแมนเชสเตอร์ ซิตี้

จะเล่นที่สนามเอติฮัดสเตเดี้ยมรับการมาเยือนของปราสาทเรือนแก้วคริสตัลพาเลซนับว่าเป็นเกมที่เบากว่าทางด้านของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ที่จะต้องออกไปเยือนเซาแธมป์ตันที่เซนต์แมรี่ ถ้ามองถึงโอกาสในความผิดพลาดทางฝั่งของปีศาจแดงอาจจะจบลงที่เสมอเป็นอย่างน้อยโดยทางฝั่งแมนซิตี้

น่าจะมีเหตุผลเดียวนั่นคือเก็บ 3 คะแนนมาครองได้ทำให้โอกาสในการรั้งจ่าฝูงของทางฝั่งเรือใบสีฟ้ามีมากกว่าทางฝั่งของปีศาจแดง

ข่าวฟุตบอล บอลอังกฤษ 2017

บอลอังกฤษ 2017 น่าสนใจมีทีมไหนฟอร์มดีในช่วงต้นฤดูกาล

ฤดูกาลที่แล้วพูดถึงจ่าฝูงลีก อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  คราวนี้เรามาพูดถึง บอลอังกฤษ 2017

ทีมที่อยู่อันดับเลื่อนลงมาจากตรงนั้นกันเริ่มกันที่อันดับที่ 3 เชลซี ทีมของอันโตนิโอ คอนเต้

ถึงแม้ว่าในนัดแรกจะออกสตาร์ทด้วยการแพ้ให้กับเบอร์รี่ไป 2 ประตูต่อ 3 แต่ในหลังจากนั้น 4 เกมพวกเขาเก็บชัยชนะได้ 3 นัดรวด

ก่อนที่นักล่าสุดจะมาเสมอกับอาร์เซนอล 0 ประตูต่อ 0 โดย 3 เกมที่เก็บชัยชนะได้พวกเขาบุกไปเอา 3 คะแนนจาก ทอตนัม ฮอตสเปอร์

และเอาชนะเอฟเวอร์ตัน 2 ประตูต่อ 0 ก่อนที่จะบุกไปเยือนเลสเตอร์ซิตี้ 1 ประตูต่อ 2

นับว่าตารางการแข่งขันของเชลซี เจอกับทีมใหญ่ถึง 4 เกมรวดแต่พวกเขาก็เก็บมาได้ 10 คะแนน

ตามาเป็นอันดับที่ 4 สาลิกาดงนิวคาสเซิ่ลยูไนเต็ดหลังจากที่ฤดูกาลที่แล้วเล่นในแชมเปี้ยนชิพมาฤดูกาลนี้

เขาผงาดขึ้นมาใน premier league 2017/18 เกาะกลุ่มหูตารางได้จากการมี 9 คะแนนโดยแข่งขันไป 5 นัดชนะ 3 แพ้ 2

โดยช่วงต้นฤดูกาลที่ออกสตาร์ทนัดที่ 1 และ 2 พวกเขาแพ้ 2 เกมรวดให้กับสเปอร์และคัตเตอร์ฟิลด์ทาวน์ทีมจาก championship

ตอนที่จะมาเก็บ 3 คะแนน 3 เกมรวดจากเวสต์แฮมยูไนเต็ดสวอนซีซิตี้และเกมล่าสุดเปิดบ้านเซนต์เจมส์ปาร์คเอาชนะสโต๊ค ซิตี้

ไปได้ 2 ประตูต่อ 1 ทำให้เป็นทีมน้องใหม่ที่ฟอร์มร้อนแรงขยับขึ้นมาอยู่หัวตารางของพรีเมียร์ลีกได้ก็ต้องมาดูว่าจะยืนระยะได้ยาวแค่ไหน

บอลอังกฤษ 2017

บอลอังกฤษ 2017

ทอตนัมฮอตสเปอร์กับเกมในลีกค่อนข้างที่จะยังไม่เป็นชิ้นเป็นอันถึงแม้ว่าในเกมนัดแรกเค้าจะบุกไปเอาชนะในข้อสั้นไปได้ 2 ประตูต่อ 0

แต่เกมต่อมาเขาก็พลาดท่าให้กับเชลซีไปและก็มาเสมอกับ เบิร์นลี่ย์อีก 1 ประตูต่อ 1 ซึ่งอันนี้เป็นแมตช์ที่น่าผิดหวังมากที่พวกเขาทิ้ง 2 คะแนนที่สำคัญ

ไปทำได้เพียงแค่ 1 คะแนนกับทีมรองบ่อนเกมนัดที่ 4  เปิดบุเอฟเวอร์ตันที่กูดิสันปาร์คพวกเขาเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ด้วยการถล่มถึง 3 ประตูต่อ 0

และเกมล่าสุดก็มาเสมอกับสวอนซีซิตี้ 0 ประตูต่อ 0 ในบ้านของตัวเองก็เป็น in 1 แมตช์ที่น่าผิดหวังเช่นเดียวกัน

ลิเวอร์พูลตอนนี้อยู่อันดับที่ 8 มีเพียง 8 คะแนนจากการแข่งขันไป 5 นัดชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1 ยิงได้ 9 ประตูเสีย 9 ประตู

ถึงแม้ว่าทีมจะมีนักเตะที่ยอดเยี่ยมกลับมาอย่างซาดิโอมาเน่ฟิลิปเป้คูตินโญ่ที่น่าจะกลับมาช่วยทีมในนัดต่อไปที่เจอกับเลสเตอร์ ซิตี้

แต่ก็น่าเป็นห่วงเช่นเดียวกันกับเกมรับที่เค้ายังไม่สามารถหาใครเข้ามาทดแทนพร้อมกับช่วงในตลาดที่ปิดตัวลงแล้ว

ก็ทำได้แต่เพียงก้มหน้าใช้นักเตะหน้าเก่าๆอย่างเดยัน ลอฟเรน ,แร็คนรา คาวาล, โจเอล มาติป ต่อไป ส่วนทีมที่น่าเป็นห่วงน่าจะเป็นอาร์เซนอล

ที่มีแค่ 7 คะแนนชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 เกมล่าสุดเขียนฟอร์มเก่งกลับมาบุกไปยันเสมอเชลซีที่ สแตมฟอร์ดบริดจ์

ข่าวฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจองานง่ายที่มอสโกว์

ถือว่าเป็นผลการแข่งขันที่ค่อนข้างประหลาดใจของเหล่าสาวก “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ที่บุกเอาชนะซีเอสเคเอ มอสโกว์ ทีมแกร่งจากรัสเซียไปได้อย่างสบายเท้า 4-1 ซึ่งก่อนเกมทั้ง โชเซ่ มูรินโญ่

และบรรดาแฟนบอล รวมถึงนักวิเคราะห์วิจารณ์ต่างมองว่าเกมนี้ของยักษ์ใหญ่จากอังกฤษไม่ง่ายแน่นอน

เมื่อพวกเขาขาดกำลังหลักหลายรายที่ไม่ได้เดินทางไปดินแดนหมีขาวด้วย ทั้ง ปอล ป็อกบา ที่บาดเจ็บมาระยะหนึ่งแล้ว

อันโตนิโอ วาเลนเซีย คาดว่าจะได้พักส่วน ฟิล โจนส์ , มารูยาน เฟลไลนี่ รวมถึง ไมเคิ่ล คาร์ริค

ต่างมีอาการบาดเจ็บด้วยกันทั้งสิ้น ทำให้ โชเซ่ มูรินโญ่ มีผู้เล่นในการจัดทัพลงสนามไม่มากนัก

จนถึงต้องดึงเอา อั๊กเซล ทวนเซเบ้ กับ สก็อตต์ แม็คโทมิเน่ย์ 2 ดาวรุ่งของทีมขยับขึ้นมาเป็นตัวสำรอง

กุนซือชาวโปรตุกีส ทำการเปลี่ยนแผนการเล่นมาใช้ระบบ 3-5-2 เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์

และรับมือกับคู่แข่งที่ ซีเอสเคเอ มอสโกว์ ที่ใช้ระบบ 3-5-2 เช่นกัน โดยมีเอริค ไบญี่ คริส สมอลลิ่ง

และ วิคเตอร์ ลินเดลอฟ เป็น 3 ปราการหลัง และมีแอชลี่ย์ ยัง กับดาลี่ย์ บลินด์ เป็นวิงแบ็ค 2 ข้าง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ปอล ป็อกบา

แดนกลางมี อันเดร์ เอร์เรร่า กับ เนมานย่า มาติช คอยตัดเกม และมี เฮนริค มคิทาร์ยาน เป็นหน้าตัว คู่กองหน้าใช้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

ประสานงานกับ โรเมลู ลูกากู ซึ่งเริ่มต้นเกมมาทีมเยือนมาได้โอกาสฉาบฉวยจากการเปิดของ มาร์กซิยาล

ไปให้ ลูกากู โขกเสียบมุมหนีมือ อิกอร์ อคินเฟเยฟ นายด่านจอมหนึบของเจ้าถิ่นเข้าไป หลังจากออกนำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ก็เล่นด้วยความมั่นใจ และครองเกมได้อย่างเบ็ดเสร็จ จนมาได้ประตูที่ 2 จากจังหวะจุดโทษที่ เฮนริค มคิทาร์ยาน

โดนผู้เล่นมอสโกว์เข้ามากวาดขวางทางไว้ และเป็น อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กองหน้าดาวรุ่งชาวฝรั่งเศส

วิ่งเข้ามาแปส่งบอลเข้าประตูไปอย่างเลือดเย็น หลังจากนั้นสกอร์ก็ไหลเพิ่มเป็น 3-0

เมื่อกองหลังเจ้าถิ่นสกัดลูกเปิดของ อองโตนี่ มาร์กซิยาล พลาด ทำให้บอลเลยมาถึง ลูกากู ที่วิ่งมาตามทางแตะบอลเข้าประตูไปอย่างง่ายดาย

และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ ครึ่งหลังมาทีมเยือนผ่อนเกมลง แต่ก็ยังมาได้ประตูเพิ่มจาก เฮนริค มคิทาร์ยาน อีกลูก

และท้ายเกมเจ้าถิ่นก็มาได้ประตูปลอบใจจาก คอนสแตนติน คูชาเยฟ กองหน้าตัวสำรอง

ซึ่งเป็นผลการแข่งขันที่ค่อนข้างน่าแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง

แต่ต้องชมด้วยว่าลูกทีมของ มูรินโญ่ โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมมากในนัดนี้