เจอร์เก้น คล็อปป์

เจอร์เก้น คล็อปป์ เตือน ทีมชาติอเมริกา อย่ากดดัน พูลิซิช เกินไป

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือแห่ง ลิเวอร์พูล ออกโรงเตือนทีมชาติสหรัฐอเมริกา อย่าพยายามกดดัน คริสเตียน พูลิซิช ปีกแห่ง ดอร์ทมุนด์ หลังโชว์ฟอร์มพาทีมคว้าชัยชนะในศึกไอซีซี ของสหรัฐอเมริกา

สื่อข่าวต่างประเทสรายงานว่า กุนซือแห่ง หงส์แดง ลิเวอร์พูล ได้ออกมาเตือนถึงทีมชาติสหรัฐอเมริกาว่า อย่าพยายามกดดัน คริสเตียน พูลิซิช ปีกวัย 19 ปี จากสโมสรโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่พาทีมคว้าชัยชนะมาได้เมื่อคืนวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ย้ำการที่ทีมเอาชนะได้นั้นไม่ใช่แค่นักเตะเพียงคนเดียว

เจอร์เก้น คล็อปป์

ทั้งนี้ พูลิซิช ลงสนามช่วยทีมช่วงครึ่งหลังของเกมและเหมาคนเดียว 2 ประตู ช่วยทีมดอร์ทมุนด์เอาชนะลิเวอร์พูลไป 3-1 ในเกมแข่งขันที่ แบงค์ ออฟ อเมริกัน สเตเดี้ยม ซึ่งกุนซือของลิเวอร์พูลยอมรับว่าเขาเป็นนักเตะอายุน้อยที่เล่นได้ดีมากและเป็นแฟนตัวยงของเขา พร้อมหวังว่าดาวยิงจากทีมชาติสหรัฐฯจะไม่ถูกกดดันมากเกินไป

โดยกุนซือหงส์แดง กล่าวว่า “เขาเป็นนักเตะอายุน้อยที่มีทักษะและความสามารถยอดเยี่ยม มันไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์ที่ได้เห็น เรารู้ว่าทีมอเมริกาต้องการมากกว่านี้ในนักเตะพวกเขา เขาคนเดียวไม่สามารถทำอะไรได้หมดทุกอย่างหรอก อีกอย่างเขายังเด็กอย่ากดดันเขามากเกินไปจะดีกว่า เขาเป็นนักเตะที่ฉลาดแต่โชคร้ายที่สหรัฐต้องการมากกว่านี้”

นอกจากคำสัมภาษณ์ของกุนซือใหญ่ของลิเวอร์พูลแล้ว เขายังเผยต่ออีกว่า การจะเป็นทีมที่ดีนั้นทุกคนต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่แค่นักเตะเพียงคนเดียว

ข่าวยูฟ่า หงส์แดงเป็นแกะดำ

หงส์แดงเป็นแกะดำ ไม่ชนะในยูฟ่า

ทีมจากพรีเมียร์ลีกของประเทศอังกฤษ ได้มีโอกาสเข้าเล่นในรอบแบ่งกลุ่มของฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หงส์แดงเป็นแกะดำ

ในฤดูกาลนี้ถึง 5 ทีม ซึ่งมากที่สุดในบรรดาลีกของยุโรป โดยมาจากโควต้าอันดับ 1-4 ในตารางของลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

บวกกับโควต้า แชมป์ยูโรป้า ลีก ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคว้าแชมป์มาได้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว

ทำให้ปีนี้มีสโมสรเข้าร่วมรายการมากกว่าทุกปี ซึ่งถือว่าเป็นรายการที่ทีมจากอังกฤษไม่ได้ประสบความสำเร็จมา 5 ปีแล้ว

ซึ่งทีมสุดท้ายที่สามารถคว้าแชมป์รายการนี้ได้คือเชลซีเมื่อฤดูกาล 2012

ฤดูกาลนี้ทีมจากอังกฤษเริ่มต้นได้อย่างสุดยอดแทบทั้งสิ้น เมื่อทั้ง 4 จาก 5 ทีมสามารถเก็บชัยชนะรวดได้ทั้ง 2 นัดที่แข่งไป

ทั้ง เชลซี ที่พึ่งโชว์ผลงานระดับพระกาฬ ด้วยการบุกชนะ แอตเลติโก มาดริด ในนัดล่าสุด ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ที่ชนะ โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์

ในนัดแรก 3-1 ก่อนจะบุกไปชนะทีมรองบ่อนจากไซปรัสอีก 3-0 หรือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่ก็ทำได้ตามเป้า ด้วยการเอาชนะเฟเยนูร์ด ร็อตเธอร์ดัม

และชัคต้าร์ โดเน็ตส์ไปได้ในนัดล่าสุด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เชือดนิ่มมาทั้ง 2 นัด กับเอฟซี บาเซิ่ล และนัดล่าสุดกับซีเอสเคเอ มอสโกว์

หงส์แดงเป็นแกะดำ

หงส์แดงเป็นแกะดำ

ทำให้โอกาสเข้ารอบตัดเชือกของแต่ละทีมดูสดใสทั้งนั้น จะมีก็เพียง ลิเวอร์พูล ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่เป็นแกะดำของทีมจากพรีเมียร์ลีก

โดยเก็บได้แค่ 2 คะแนนเท่านั้นจาก 2 นัดที่ผ่านมา หลังจากนัดแรกที่พลาดท่าถูก เซบีย่า ทีมจากสเปน ตามตีเสมอในช่วงท้าย

และล่าสุดที่ทำได้แค่เสมอกับ สปาร์ตัค มอสโกว์ ทีมจากเมืองหลวงของรัสเซียไป 1-1 ทั้งๆ ที่แทบจะพับสนามบุกอยู่ตลอดทั้งเกม แต่ไม่สามารถควานหาประตูชัยได้

ไม่มีใครบอกว่าใน 2 นัดที่ผ่านมาลิเวอร์พูลเล่นได้ไม่ดี ซึ่งทุกคนต่างเห็นตรงกันว่าลูกทีมของกุนซือชาวเยอรมัน ทำผลงานได้ดีทีเดียว

โดยใช้จุดเด่นในเกมรุกโจมตีใส่คู่ต่อสู้ตลอด 90 นาที แต่ผลการแข่งขันที่ออกมากลับตรงกันข้ามกับรูปเกม

แต่ติดตรงที่ความละเอียดเท่านั้นทที่ลิเวอร์พูลไม่มีเหมือนทีมร่วมลีกทีมอื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีม “หงส์แดง” ยังแก้ไม่ตกมาจากเกมในลีก

ที่ยังมีปัญหาเรื่องความละเอียดในการเล่นเกมรับ หรือการจบสกอร์ในเกมรุก แต่เวลาเล่นในพรีเมียร์ลีก

คุณภาพของบางทีมไม่เหมือนกับทีมที่เล่นใน ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จึงรอดมาได้บ้าง แต่ในศึกถ้วยบิ๊ก เอียร์นี้ เป็นบทเรียนของทีมแล้วว่าพวกเขาพลาดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว